
เศรษฐกิจโลกส่อฟุบ หุ้นร่วงระนาว
ปัจจัยฉุดเศรษฐกิจพรึบ ตั้งแต่ยูโรโซนจนถึงอีโบลา นักลงทุนกังวลดึงตลาดหุ้นดิ่งแรง
ปัจจัยฉุดเศรษฐกิจพรึบ ตั้งแต่ยูโรโซนจนถึงอีโบลา นักลงทุนกังวลดึงตลาดหุ้นดิ่งแรง
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับบททดสอบความเชื่อมั่นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติหนี้สาธารณะในยุโรปช่วงปี 2009 ในขณะที่บรรดานักลงทุนกังวลว่าจะไม่มีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กลับมาสดใสอีกครั้ง
รายงานระบุว่าญี่ปุ่นและกลุ่มประเปศยูโรโซนต่างส่งสัญญาณถึงภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ส่วนประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่นจีนก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ถ่วงการเติบโต แทนที่จะเป็นตัวกระตุ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริมเกี่ยวกับเรื่องสงครามในตะวันออกกลาง และวิกฤติในยูเครนที่ยังไม่คลี่คลาย ประกอบกับการประท้วงเรียกน้องประชาธิปไตยในฮ่องกง และล่าสุดก็คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในดัลลัส เท็กซัส ที่ล้วนกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
ความกังวลในขณะนี้ก็คือ หลังจากที่โลกค่อยๆฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา บรรดาธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ก็ได้งัดมาตรการกระตุ้นออกมาใช้เพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ยังคงคึกคักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าตลาดการเงินของสหรัฐที่อยู่ในช่วงขาขึ้น จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ต้องการกลับในประเทศอื่นมาอยู่ในทิศทางที่มีความแข็งแกร่งเช่นกัน
“เศรษฐกิจโลกและตลาดหุ้นได้เคยเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรงทางเศรษฐกิจมาแล้ว ในแง่ของจิตวิทยาและทางกายภาพ ทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นก็ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ มิหนำซ้ำยังมีความกังวลว่าอาจจะฟุบอีกรอบ” พอล มอร์ทีเมอร์ ลี หัวหน้านักเศรษฐกิจจากธนาคารบีเอ็นพี พารีบาสในมหานครนิวยอร์คกล่าว
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นของสหรัฐต่างได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ส่งผลให้ตัวเลขการปิดตลาดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้อยู่ในขาลง ทั้งๆที่เมื่อเดือนที่ผ่านมาต่างพากันทยอยปรับขึ้นจนถึงขั้นทุชสถิติใหม่กันมาแล้ว
เมื่อวันที่ 15 ต.ค ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงต่ำลงที่สุดระหว่างวันถึง 460 จุด ก่อนที่จะกลับมาปิดตลาดร่วม 173 จุด หรือ 1.06% สู่ระดับ 16,141.74 ส่วนดัชนี้เอส แอนด์ พี 500 ก็ร่วง 3% ต่ำลงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 ระหว่างวัน และขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1,862.49 จุด ร่วงลงจากวันก่อนหน้า 0.8% และดัชนีแนสแดคปิดลดลง 11.85 จุดหรือ 0.28% สู่ระดับ 4,215.32 จุด
ที่มาข่าว บลูมเบิร์ก







