
บัตรเจ้าปัญหา
เพิ่งผ่านพ้นวันหยุดยาวฉลองวันชาติไปหมาดๆ หลายคนก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
เพิ่งผ่านพ้นวันหยุดยาวฉลองวันชาติไปหมาดๆ หลายคนก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้ในการท่องเที่ยวครั้งต่อไป ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปริมาณนักท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ กระแสเงินในวงจรการท่องเที่ยวจีนก็สะพัดอย่างมาก เฉพาะค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวแห่งต่างๆ ก็รับทรัพย์กันแทบไม่หวาดไม่ไหว ทว่านับวันค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเป็นประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ทบทวนถึงความสมเหตุสมผลในเรื่องของราคากันยกใหญ่
ความเปลี่ยนแปลงของราคาบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวในประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างเช่น บัตรผ่านประตูของสุสานทหารม้าจิ๋นซีฮ่องเต้ มณฑลซีอาน ภายในระยะเวลา 33 ปี ค่าบัตรผ่านประตูเริ่มต้นที่ราคา 0.1 หยวน ในปี 1979 มาในปัจจุบันอยู่ที่ใบละ 150 หยวน ซึ่งก็มีเหตุผลหลักๆ ในการขึ้นราคาอยู่ที่การขยายสถานที่เยี่ยมชมและการเพิ่มระดับความสำคัญของแหล่งท่องเที่ยวให้อยู่ในอันดับท็อปๆ ของประเทศ
โดยภาพรวมแล้ว ราชธานีโบราณหลายสมัยแห่งนี้มีค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างสูง และมักถูกบรรดานักท่องเที่ยวร้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นราคาก็ยังคงสูงขึ้นตามลำดับ เพราะฝ่ายผู้รับผิดชอบมองว่ารายได้ดังกล่าวเจียดไว้ใช้ในการบริหารคณะทำงาน และทะนุบำรุงแหล่งท่องเที่ยวให้อยู่ในสภาพดี ซึ่งเหตุผลทั้งสองประการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากในการดำเนินงาน อีกอย่างสิ่งอำนวยความสะดวกภายในบริเวณโดยรอบของแหล่งท่องเที่ยวก็ยังไม่ครบครัน ไม่สามารถหารายได้เพิ่มเติมจากแหล่งท่องเที่ยว ทำให้ต้องเก็บค่าบัตรผ่านประตูแพงๆ
แนวทางปฏิบัติดังกล่าวถือเป็นแนวคิดแบบผิดๆ ของผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวในประเทศหลายแห่งที่มักมองว่า การขึ้นราคาบัตรผ่านประตูถือเป็นการลงทุนที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่แลกมาซึ่งรายได้จำนวนมหาศาล โดยไม่ได้คำนึงถึงความหมายรวมของของคำว่า “ท่องเที่ยว” ที่ครอบคลุมทั้งการกิน การอยู่ การเดินทาง การจับจ่ายใช้สอย และการบันเทิง สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการพึ่งพารายได้จากบัตรผ่านประตูของแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
รายงานจากสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวแห่งชาติ ระบุไว้ว่า สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่หมดไปกับค่าบัตรผ่านประตูคิดเป็นร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หรือ 1 ใน 5 ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งมากพอๆ กับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ขณะที่แต่ละปีเงินกว่าแสนล้านดอลลาร์ที่นักท่องเที่ยวจีนหมดไปกับการเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดนนั้น หลักๆ ใช้ไปกับการช็อปปิ้ง แทบจะไม่มีในส่วนของบัตรผ่านประตูเท่าใดนัก การที่ค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวในประเทศสูงจนเกินพอดี ย่อมส่งผลให้ผู้คนไม่มีแรงจูงใจในการท่องเที่ยวภายในประเทศ และฉุดรั้งเศรษฐกิจของแหล่งท่องเที่ยวแห่งต่างๆ อย่างไม่ควรจะเป็น
เมื่อเทียบกับค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวของต่างประเทศแล้ว ถือว่าในต่างแดนมีความสมเหตุสมผลกว่ามาก เคยมีการเปรียบเทียบราคาบัตรผ่านประตูเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟ ประเทศฝรั่งเศส ที่อยู่ในราคาประมาณ 8.5 เหรียญยูโร ขณะที่บัตรผ่านประตูของจางเจียเจี้ยเพียง 1 ใบมีมูลค่าเท่ากับบัตรผ่านประตูเข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟถึง 3 ใบ หรือราคาบัตรผ่านประตูแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ของจีน มีราคาค่างวดเพียงพอที่จะเข้าชมอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ สุสานทัชมาฮาล และพิพิธภัณฑ์ลูฟได้อย่างจุใจ ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มรู้สึกถึงต้นทุนการท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าจะเป็น
แหล่งท่องเที่ยวน้อยแห่งนักที่สามารถเข้าชมฟรี ราคาบัตรผ่านประตูก็ขึ้นกันเป็นว่าเล่น ยิ่งเห็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับเดียวกันขึ้นราคา ก็พากันขึ้นตามๆ กันไป พอเห็นราคาบัตรผ่านประตูในเมืองขึ้น แหล่งท่องเที่ยวตามชนบทก็พลอยขึ้นตาม ซึ่งก็มีเหตุผลในการขึ้นอยู่ที่ต้องการเงินทุนในการบูรณะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและใช้เป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นทางธรรมชาติซึ่งหาชมได้ยาก นักท่องเที่ยวก็มักยอมจ่ายค่าบัตรผ่านประตูแพงๆ เพราะต่างก็คิดว่าเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่หาโอกาสมาเยี่ยมชมซ้ำไม่ค่อยได้ จึงยอมชำระเงินค่าบัตรผ่านประตูที่ไม่สมเหตุสมผลเหล่านี้
ผลการสำรวจค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A จำนวน 100 กว่าแห่งของจีน ชี้ให้เห็นว่า สถานที่เหล่านี้รองรับนักท่องเที่ยวเกินกว่าครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวทั้งหมด มีรายได้รวมมากถึงราวร้อยละ 70 ของแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ถ้าลองสังเกตราคาบัตรผ่านประตูของแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้อย่างละเอียดจะพบว่ามีจุดเด่นอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือ หากตั้งอยู่ในเมืองที่มีเศรษฐกิจเฟื่องฟู ราคาบัตรผ่านประตูก็มักจะไม่แพงนัก และก็ไม่ค่อยขึ้นราคากันตามความพึงพอใจ แต่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีทัศนียภาพสวยงามซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เศรษฐกิจยังไม่ค่อยได้รับการพัฒนา ราคาบัตรผ่านประตูก็สูงขึ้นเป็น 100 หรือ 200 หยวนก็มี
หลายปีมานี้ค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A เริ่มเข้าสู่ยุค “บัตรผ่านประตูหลักร้อยหยวน” โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ราคา 109 หยวน คิดเป็นร้อยละ 11 และร้อยละ 22 ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของคนเมืองและคนชนบท
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกิจท่องเที่ยวของจีนถือว่าพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมาคือ ราคาบัตรผ่านประตูที่ผกผันตามความร้อนแรงของธุรกิจดังกล่าวโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก หรือแหล่งท่องเที่ยวระดับท็อปของประเทศ มีอัตราการขึ้นราคาอย่างเห็นเด่นชัด บางแห่งขึ้นราคามากขึ้นเป็นเท่าตัวก็มี สร้างความหนักใจให้แก่บรรดานักท่องเที่ยวที่รักการเดินทาง แต่มีทุนทรัพย์จำกัด เพราะอาจต้องเลือกท่องเที่ยวยังสถานที่ที่มีค่าบัตรผ่านประตูไม่แพงนัก
ในส่วนของผู้รับผิดชอบและกรมการท่องเที่ยวประจำท้องที่บางแห่ง มองว่า ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นแหล่งรายได้สำคัญ หากไม่เก็บค่าบัตรผ่านประตูในราคาสูง ก็ขาดรายได้จำนวนมหาศาล จึงมักอยู่ในรูปแบบของการนำค่าบัตรผ่านประตูมาแบ่งสรรปันส่วนกันอย่างถ้วนหน้า ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ ผู้รับผิดชอบ หน่วยงานภาครรัฐ บัตรผ่านประตูจึงมีราคาแพงอย่างที่เป็นอยู่ เราจึงมักเห็นค่าบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ห่างไกลซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามเป็นหลักร้อยหยวนขึ้นไป ในทางกลับกันต้นทุนบัตรผ่านประตูที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการย่นระยะเวลาในการจองห้องพักและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในแหล่งท่องเที่ยว กลายเป็นการมองผลประโยชน์ในระยะสั้นและไม่รอบด้าน
ทะเลสาบซีหู เมืองหางโจวถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A แห่งแรกของจีนที่ไม่ได้เก็บค่าบัตรผ่านประตูนับแต่ปี 2003 เป็นต้นมา แทนที่จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวน้อยลง กลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะการเข้าชมฟรี ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในหมู่นักท่องเที่ยว ทำให้หลายคนอยากไปเยี่ยมชมและพักอยู่ที่เมืองแห่งนี้นานขึ้น ส่งผลต่อกิจการด้านดื่มกิน การท่องเที่ยว ธูรกิจค้าปลีก การคมนาคม ฯลฯ ซึ่งได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การใช้จ่ายในวงจรธุรกิจเหล่านี้ ยังถือเป็นการเพิ่มแหล่งภาษีเงินได้ทางอ้อมให้แก่รัฐบาลท้องถิ่นอีกด้วย โดยล่าสุดแหล่งท่องเที่ยวเขื่อนสามช่องผา ประกาศให้เข้าชมฟรี (เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งมีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 90 ของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ในแต่ละปี)
การเปิดศักราชไม่เก็บค่าบัตรผ่านประตูของแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ถือว่าสวนกระแสค่าบัตรผ่านประตูแพงที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวจีนอยู่ในขณะนี้ และถือเป็นการหลุดพ้นจากโรคพึ่งพาค่าบัตรผ่านประตูของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เรื้อรังมานับสิบปี แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวน้อยแห่งที่เปิดเข้าชมฟรี แต่การใช้มาตรการดังกล่าวกลับส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่เมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ มีตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แสดงให้เห็นว่า หากวงจรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวเติบโตในระยะยาว จะช่วยกระตุ้นการพัฒนาของธุรกิจหลากหลายแขนง เช่น เพิ่มยอดจองโรงแรมมากขึ้นถึงร้อยละ 90 เพิ่มยอดค่าใช้ยานพาหนะถึงร้อยละ 80 เพิ่มรายได้ให้แก่ธุรกิจวัฒนธรรมและแหล่งบันเทิงมากกว่าร้อยละ 50 และที่ขาดไม่ได้คือรายได้ธุรกิจดื่มกินที่เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 40
การพึ่งพารายได้จากค่าบัตรประตูเพียงอย่างเดียวถือเป็นแนวคิดที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในระยะยาว หากแต่จะเป็นอุปสรรคในการสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมาใช้จ่ายกันอย่างเปรมปรีดิ์ นอกจากจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ในแง่ลบให้แก่แหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผลก็คือ รายได้จากการเก็บบัตรผ่านประตูลดลง ค่าใช้จ่ายจิปาถะตลอดการท่องเที่ยวในเมืองต่างๆ ก็ลดลงตามไปด้วย เรียกว่าเป็นการขึ้นราคาที่ได้ไม่คุ้มเสีย และอาจกล่าวได้ว่า ราคาบัตรผ่านประตูตามแหล่งท่องเที่ยวของจีนที่ขึ้นชื่อว่าแพงที่สุดในโลก กำลังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว
คงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะตั้งราคาบัตรผ่านประตูแพงๆ เพื่อผันเม็ดเงินจำนวนมหาศาลมาใช้ในกิจการท่องเที่ยว แต่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนน้อยลงทุกขณะ นานาธุรกิจในวงจรการท่องเที่ยวต่างต้องหยุดชะงักหรือขาดรายได้ เพียงเพราะการหวังกำไรในระยะสั้นๆ หากปัญหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไข แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งของจีน คงมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศในปริมาณที่น้อยลง







