
สหรัฐเร่งคุมเข้มสนามบินหลังผู้ป่วยอีโบลาสิ้นใจ
ผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะในสหรัฐรายแรกเสียชีวิตแล้วหลังรักษามา 11 วัน รัฐบาลเตรียมเพิ่มมาตรการคัดกรองในสนามบิน
ผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะในสหรัฐรายแรกเสียชีวิตแล้วหลังรักษามา 11 วัน รัฐบาลเตรียมเพิ่มมาตรการคัดกรองในสนามบิน
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าโธมัส อีริค ดันแคน ชายชาวไลบีเรียผู้ติดเชื้ออีโบลาในสหรัฐรายแรกได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ภายหลังจากที่เข้ารับการรักษาได้ 11 วัน ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสนามบินเพื่อคัดกรองผู้ป่วย
กรณีการติดเชื้อในครั้งนี้ได้สร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยได้เดินทางจากไลบีเรีย มายังสหรัฐ และอาจเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยเดินทางมาจากกลุ่มประเทศแอฟริกาตะวันตกที่มีการระบาดของเชื้ออย่างรุนแรง เดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติมอีก
ทางด้านรัฐบาลทำเนียบขาวของสหรัฐได้เพิ่มมาตรการการคัดกรองผู้โดยสารในสนามบินทันทีที่ได้ทราบข่าวว่าพบผู้ป่วยในสหรัฐแล้ว และมาตรการคัดกรองใหม่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 ต.ค. นี้ ในสนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ เคเนดี ของมหานครนิวยอร์ค และสนามบินนานาชาตินิวอาร์ค ลิเบอร์ตี้, สนามบินนานาชาติวอชิงตันดัลเลส, สนามบินนานาชาติโอแฮร์ ในชิคาโก และสนามบินนานาชาติฮาร์ทสฟิลด์-แจ็คสันในแอตแลนตา
ทั้ง 5 สนามบินข้างต้นถือเป็นสนามบินที่คึกคักที่สุดในสหรัฐ และมีผู้โดยสายขาเข้าภายในประเทศจากแอฟริกาตะวันตกเป็นสัดส่วนมากถึง 94% จึงมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลระบุว่าอาจมีผู้โดยสารได้รับการคัดกรองมากถึงวันละ 150 คน
ผู้โดยสายจากประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียราลีโอนจะถูกแยกคัดกรองต่างหากภายในสนามบิน เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรของสหรัฐ (ซีบีพี) จะสังเกตอาการของผู้โดยสาร พร้อมกับทำการซักถามเพื่อประเมินความเสี่ยงในการสัมผัสกับเชื้ออีโบลา ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะคอยวัดอุณหภูมิด้วยปรอท จึงไม่มีการสัมผัสกับผู้โดยสายโดยตรง
ที่มาข่าว รอยเตอร์ส เอเอฟพี







