
หนี้สหรัฐพุ่งทะลุ13ล้านล้านเหรียญ!
สูงสุดในประวัติศาสตร์ชาติ
โอบามาโยนรัฐบาลบุชก่อหนี้โพสต์ทูเดย์
— หนี้สหรัฐกระฉูดแตะระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ 2 พรรคใหญ่ตีกันโยนความผิดกันชุลมุนหนี้สาธารณะสหรัฐพุ่งกระฉูดแตะระดับ 13 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สั่นสะเทือนนโยบายการใช้จ่ายของภาครัฐครั้งสำคัญ
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. หนี้สาธารณะของสหรัฐอยู่ที่ 13,050,826,460,886.97 เหรียญสหรัฐแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าจากช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา และคิดเป็นมูลค่าราว 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)
ปัญหาหนี้ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบให้เกิดความร้อนแรงทางการเมืองระหว่างสองพรรคใหญ่ของสหรัฐ คือ เดโมแครต และรีพับลิกัน ว่าใครคือผู้ที่สร้างปัญหานี้
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้โจมตีพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นรัฐบาลชุดก่อนหน้า ว่าได้ทิ้งปัญหาการขาดดุลงบประมาณเอาไว้ให้มากมาย เป็นชนวนปัญหาที่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้ในระยะยาวตามมา และในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมานั้น รัฐบาลสหรัฐได้ประสบกับปัญหาการขาดดุลงบประมาณเป็นสัปดาห์ที่ 19 ติดต่อกันแล้ว
“
ช่วงที่ผมขึ้นดำรงตำแหน่ง เรามีปัญหาการขาดดุลงบประมาณมากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และขณะนั้นคาดว่าจะขาดดุลต่อเนื่องอีก 8 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 10 ปีถัดไป สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากมาตรการการลดภาษี 2 ประเภทคือ ภาษีจากคนร่ำรวย และภาษียาราคาแพง” โอบามา กล่าวที่เมืองพิตสเบิร์ก ในเพนซิลเวเนียขณะที่ด้านพรรครีพับลิกัน ได้ตอบโต้ว่าเป็นเพราะตั้งแต่โอบามาขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น การใช้จ่ายของรัฐบาลได้ขยายตัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในนโยบายปฏิรูปสาธารณสุขซึ่งจะต้องใช้งบประมาณมหาศาล
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นับตั้งแต่โอบามาขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ ในเดือน ม.ค. 2552 นั้น ภาระหนี้ได้เพิ่มขึ้นถึงราว 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในช่วงที่อดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช อยู่ในตำแหน่งนาน 8 ปีก่อนหน้านั้น ภาระหนี้ได้เพิ่มขึ้นที่ราว 4.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
“
ระดับหนี้ที่อันตรายเช่นนี้ ไม่อาจจะดำเนินต่อไปได้อีกแล้ว หากจะต้องทำให้ประเทศเราล่มสลาย และผมขอให้บรรดาที่มีเสียงส่วนใหญ่ในสภาลดระดับการใช้จ่าย และการกู้ยืมลงก่อนที่จะสายเกินไป” จัดด์ เกรกก์ วุฒิสมาชิกจากรีพับลิกัน กล่าวด้านนักวิเคราะห์ก็มีความเห็นแตกต่างเช่นกัน ว่าสหรัฐจะสามารถควบคุมการใช้จ่ายได้อย่างไร โดยนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเห็นว่า รัฐบาลควรจะควบคุมการใช้จ่ายมากขึ้น ขณะที่บางฝ่ายเห็นว่ารัฐบาลควรจะใช้มาตรการขึ้นภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล และเป็นการหลีกเลี่ยงที่จะทำให้สหรัฐตกอยู่ในภาวะถดถอยที่รุนแรงกว่านี้







