
อาเซียนตอบรับยูเอ็นลุยสกัดไอเอส
ห้ามคนเข้าร่วมสกัดช่องทางเงินหวั่นภัยมาถึงตัว
ห้ามคนเข้าร่วมสกัดช่องทางเงินหวั่นภัยมาถึงตัว
อาเซียนออกแถลงการณ์รับมติยูเอ็นสกัดกลุ่มไอเอส สกัดคนไม่ให้เข้าร่วม ทลายช่องทางเงินสนับสนุน
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ออกแถลงผ่านเว็บไซต์ประกาศว่า สมาชิก 10 ประเทศ ของอาเซียนจะร่วมมือกันสกัดกั้นการขยายตัว และช่องทางการเงินของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือกลุ่มไอเอสที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในอิรักและซีเรีย ซึ่งกำลังขยายกลุ่มผู้สนับสนุนไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ แถลงการณ์ของอาเซียนถือเป็นการตอบรับมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่เรียกร้องให้สมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทั้ง 193 ประเทศ ร่วมมือสกัดการขยายตัวของกลุ่มไอเอสและนักรบต่างชาติรวมไปถึงสกัดกั้นช่องทางสนับสนุนทางการเงินของกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวด้วย ซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของโลกที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
“กลุ่มติดอาวุธและกลุ่มกบฏเหล่านี้ไม่ได้คุกคามแค่ในอิรักและซีเรียเท่านั้น แต่ยังคุกคามไปทั่วตะวันออกกลาง และหากยังไม่มีการจัดการกับกลุ่มเหล่านั้น ภัยคุกคามจะแพร่กระจายไปทั่วโลก” อาเซียน ระบุ
อาเซียนจะเดินหน้าสกัดกั้นนักรบต่างชาติ แหล่งเงินทุน และผู้สนับสนุนทางการเงินที่ให้กับกลุ่มไอเอส และจะความร่วมมือกับนานาชาติเพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ ลัทธิความรุนแรง และการก่อการร้าย รวมถึงให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้าแห่งสาเหตุที่ก่อให้เกิดความรุนแรงนั้นๆ ด้วย
สำหรับซูฟานกรุ๊ปองค์กรวิเคราะห์ด้านยุทธศาสตร์ให้กับรัฐบาลหลายๆ ชาติทั่วโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในมหานครนิวยอร์กของสหรัฐ ระบุว่า ในขณะนี้มีชาวอินโดนีเซียมากกว่า 200 คน และชาวมาเลเซียอย่างน้อย 30 คน ได้เข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสที่ประเทศอิรักและซีเรีย รวมถึงยังเข้าร่วมกับกลุ่มกบฏอื่นๆ เช่น ในอินเดียและตุรกีอีกด้วย
นอกจากนั้น ฮิลซามมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมแห่งมาเลเซีย เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มไอเอสจะเปิดฉากโจมตีมาเลเซียที่แนวช่องแคบซูลู ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างรัฐซาบาห์ในหมู่เกาะบอร์เนียวและทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์
ด้านหนังสือพิมพ์ เดอะ ฟิลิปปินส์ อินไควเรอร์ รายงานอ้าง อานิญเกล เวลท์ โฆษกประจำตัวประธานาธิบดีเบนิคโญ อาควิโน ระบุว่า ฟิลิปปินส์ได้รับคำเตือนว่ากลุ่มไอเอสอาจจะแฝงเข้ามาปฏิบัติการในดินแดนตากาล็อกแล้ว โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งประสานกับกลุ่มติดอาวุธโมโร ซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลไปแล้ว เพื่อรวบรวมและแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน







