
2014ปีเศร้าของตลาดทองคำ
ราคาทองคำของปี 2014 ไม่น่าจะพุ่งแรงหรือสดใสเหมือนช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เปิดรับต้นสัปดาห์ด้วยการปรับตัวร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน สำหรับราคาทองคำในตลาดโลก โดยร่วงลงมา 0.6% มาอยู่ที่ 1,208.40 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยแม้จะไม่กี่วันถัดมาจะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1,219.15 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่ก็เป็นแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าราคาทองคำโลกที่เหลือในปีนี้กำลังก้าวสู่ยุคขาลงอย่างแน่นอน
สำหรับนักวิเคราะห์ขาประจำหรือผู้ที่จับตามองตลาดทองคำมาอย่างต่อเนื่อง อาจจะเริ่มสังเกตและจับสัญญาณได้บ้างแล้วว่า ราคาทองคำของปี 2014 ไม่น่าจะพุ่งแรงหรือสดใสเหมือนช่วง 2-3 ปีก่อนหน้า และถึงจะมีช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวแพงขึ้นมา แต่ก็จะเป็นเพียงแค่ช่วงระยะสั้นๆ เท่านั้น
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำปีนี้ร่วงลงค่อนข้างมากนั้น อธิบายให้กระชับที่สุดก็เป็นเพราะว่าทองคำในปีนี้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป ต่อให้ความต้องการทองคำในเชิงกายภาพ (เป็นเครื่องประดับ) จะยังอยู่ในระดับสูงเพราะราคาถูกลงจนผู้บริโภครายย่อย โดยเฉพาะในจีนและอินเดียพากันแห่ซื้อเก็บไว้ก็ตาม
ขณะที่เมื่ออธิบายแบบใส่ละเอียดมากขึ้น ความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในปัจจุบันเป็นผลมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของชาติพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐที่มีการปรับตัวดีขึ้น ทำให้การลงทุนในทองเพื่อให้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมีความจำเป็นน้อยลง
เรียกได้ว่าการที่บรรดานักลงทุนในตลาด รวมถึงเหล่ากองทุนรวมขนาดใหญ่เลือกขายทองคำทิ้ง เพื่อเข้ามาลงทุนในตลาดทุนตลาดหุ้นแทนนั้นเป็นเพราะตลาดหุ้นได้รับแรงเสริมจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลกอย่างสหรัฐ และมาตรการกระตุ้นอัดฉีดเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเล็กจากญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ทำให้การลงทุนในตลาดทุนให้ผลตอบแทนที่ดีกว่านั่นเอง
หลักฐานยืนยันก็คือการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจนทำลายสถิติสูงสุดหลายระลอกของดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ 500 (เอสแอนด์พี 500) ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ และดัชนีแนสแด็กของตลาดหุ้นวอลสตรีทในสหรัฐ ซึ่งสวนทางกับราคาทองคำที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องจนไม่น่าเชื่อว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้าราคาทองคำเคยทำสถิติสูงสุดพุ่งสูงกว่า 1,800 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำแท่งในขณะนี้ลดต่ำลงจนกระทั่งไตรมาสล่าสุดกลายเป็นไตรมาสแรกของปีที่ราคาทองคำปรับตัวลง ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ สปอต ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินเหรียญสหรัฐในตลาดกลับพบว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี
ผลลัพธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นทิศทางชัดเจนแล้วว่า นักลงทุนในตลาดเริ่มหันไปถือเงินเหรียญสหรัฐและลงทุนในหุ้นมากกว่าทองคำ ซึ่งมีสถานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ซื้อไว้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ยืนยันได้จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ 1,392.33 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยเป็นช่วงที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศกำลังตึงเครียดอย่างหนัก จนนักลงทุนหวั่นใจแห่ซื้อทองเพื่อเป็นหลักประกันชั่วคราว
ขณะเดียวกัน บาร์นาบาส แกน นักเศรษฐศาสตร์จากโอเวอร์ซี ไชนิส แบงก์กิง คอร์ป (โอซีบีซี) ประจำสิงคโปร์ยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า ทองคำในปีนี้มีแนวโน้มอยู่ในช่วงขาลงแน่นอน เพราะได้แรงเสริมจากกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีสิทธิเดินหน้ายุติมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ในเดือน ต.ค.นี้ ก่อนจะหันไปจัดการอัตราดอกเบี้ยให้กลับสู่ระดับปกติแบบที่ควรจะเป็น ซึ่งการประชุมครั้งล่าสุดมีการคาดการณ์ว่าเฟดน่าจะพร้อมขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลางปี 2015
ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับ หวงเหว่ย นักวิเคราะห์จากหัวไท่ เกรทวอลล์ ฟิวเจอร์ส ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งระบุว่าทองคำอาจมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นบ้างในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี เพราะความต้องการซื้อเป็นของขวัญของฝากในช่วงปลายปี แต่ท้ายที่สุดด้วยเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้น พร้อมกับค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่า ทำให้ราคาทองคำน่าจะอยู่ในตลาดหมี (ราคาลดลง) ตลอดช่วงที่เหลือของปีนี้และปีถัดไป
นอกจากความเคลื่อนไหวของเฟดค่าเงินเหรียญสหรัฐและตลาดหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นจนเป็นหลักฐานยืนยันแนวโน้มราคาทองคำขาลงปีนี้แล้ว อีกหนึ่งสัญญาณของการปรับลดราคาทองคำก็คือ การลดการถือครองทองคำของบรรดากองทุนทองคำขนาดใหญ่
เอสพีดีอาร์ โกลด์ ทรัสต์ กองทุนในตลาดที่ลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีทองคำหนุนหลังซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลดปริมาณการถือครองทองคำลงมาอยู่ที่ 776.44 เมตริกตัน ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2008 โดยนักลงทุนถอนการลงทุนจากทองคำประมาณ 553 ตัน เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ราคาทองคำดิ่งลงถึง 28% นับเป็นการร่วงหล่นที่มากที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษทีเดียว
แนวโน้มข้างต้นส่งผลให้ราคาทองคำงวดส่งมอบเดือน ธ.ค. ปรับตัวลดลง 0.6% มาอยู่ที่ 1,208.80 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ในตลาดโคเม็กซ์เมื่อต้นสัปดาห์ ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในตลาดล่วงหน้าและตลาดออปชั่นส์ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 5 เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากเหตุปัจจัยทั้งสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ค่าเงินเหรียญสหรัฐ ความเคลื่อนไหวของเฟดที่ส่งผลต่อทิศทางการลงทุนของนักลงทุนในตลาด ล้วนบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ทองคำปีนี้ และอาจนับต่อจากนี้น่าจะเข้าสู่ช่วงขาลงเรียบร้อยแล้ว







