
“มีอะไรที่กังนัม”
เพื่อนรักเกาหลีบอกว่า สมัยก่อน “หากมาเกาหลีแล้วไม่ได้ไปขึ้นเขานัมซาน ถือว่ามาไม่ถึงเกาหลี”
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
เพื่อนรักเกาหลีบอกว่า สมัยก่อน “หากมาเกาหลีแล้วไม่ได้ไปขึ้นเขานัมซาน ถือว่ามาไม่ถึงเกาหลี”.. แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่า “ใครมาเกาหลีแล้ว ไม่ได้มากังนัม กลับมาไม่ถึงเกาหลี”... ข้อความของเธอเยี่ยงนี้ ตีความได้สามอย่าง หรือ หนึ่ง ยังคงเป็นอิทธิพลของเพลงกังนัมสไตล์ที่ยังไม่ลบเลือนไป หรือ สอง เป็นเพราะเพื่อนสาวลูกสองรายนี้เธอพักอยู่แถวๆ กังนัม จึงอยากให้ไปหา ด้วยเวลาจำกัดที่ต้องดูแลลูกๆ ทำให้ไม่สามารถเข้ามาในใจกลางเมืองได้ หรือ สาม กังนัมมีอะไรดีที่สมควรไปดูจริงๆ ....อย่ากระนั้นเลย เราไปพิสูจน์กันว่า ถิ่น “กังนัม” น่าเดินน่าดูสำหรับนักท่องเที่ยวจริงหรือไม่...
การเดินทางไปจากใจกลางเมืองก็มิได้ยากเย็นอะไร สถานีรถไฟฟ้ากังนัม (สถานีที่ 222) อยู่บนเส้นทางรถไฟฟ้าสาย 2สีเขียว หากเริ่มต้นจากย่าน “มยองดง” ที่คนไทยชอบไป ก็ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีฟ้าจากสถานี “มยองดง (สถานีที่ 424)” ไปสถานี “ซาดัง (สถานีที่ 226)” แล้วเปลี่ยนรถไฟเป็นสายสีเขียวมุ่งหน้าไปลงที่สถานี “กังนัม (สถานีที่ 222)” แล้วออกจากสถานีที่ทางออกหมายเลข 11 ก็จะขึ้นมาพบถนนที่เต็มไปด้วยตึกสำนักงาน โรงเรียนกวดวิชา ธนาคาร ร้านหนังสือใหญ่อย่าง เคียวโบมุนโก สาขากังนัม และร้านค้าสินค้าแบรนด์ดัง ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง รองเท้า กระเป๋า...ด้านหลังทางออกหมายเลข 11 ทำซุ้มสวยงามมีป้ายเขียนว่า “กังนัมสไตล์” ให้คนไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเสียด้วยสิ...
ในช่วงเวลาเร่งรีบหลังเลิกงาน ผู้คนจะเบียดเสียดยัดเยียดกันไปหมดทั้งรถโดยสารบนดินและใต้ดิน ขึ้นลงกันที่สถานีนี้ยาวไปหลายสถานีคล้ายสถานีสยามบ้านเรา เพราะเป็นย่านธุรกิจคนที่มาเดินแถวนี้จึงเป็นกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ เช่น ผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน หรือกลุ่มผู้มีฐานะที่พักอาศัยในย่านกังนัม ซึ่งมีลักษณะต่างจากกลุ่มที่ไปเดินย่านมยองดง ที่มีนักท่องเที่ยวและกลุ่มวัยรุ่นเกาหลีเป็นส่วนมาก และก็ต่างจากย่านอินซาดง ซึ่งเป็นย่านถนนวัฒนธรรมที่กลุ่มคนส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติที่นิยมวัฒนธรรม นักศึกษา หรือพ่อแม่ลูกมาเดินเล่นกันเป็นครอบครัว...ร้านค้าแถวกังนัมนี้จึงมีสินค้าที่ต้องมีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างสูงกว่าย่านอื่นเพื่อให้คุ้มกับค่าสถานที่...
เนื่องจากมีคนเดินเยอะมากในทุกๆ เย็น ถนนด้านหน้าจึงมีกลุ่ม NGO มาเดินชูป้ายทำกิจกรรมกันขวักไขว่แทบทุกวัน เช่น ระดมทุนเข้าช่วยเหลือเด็กขาดอาหารในแอฟริกา บางกลุ่มก็เชิญชวนให้ลงชื่อเรียกร้องให้อนุรักษ์สถานที่สำคัญต่างๆ ส่วนด้านหลังถนนใหญ่เต็มไปด้วยแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนและร้านอาหาร คนแน่นตลอดเลยค่ะ หลังจากวนเวียนอยู่แถวนี้หลายวันทำให้รู้จักร้านอาหารหลายร้าน ด้วยเพื่อนๆ เกาหลีที่อยากจะนัดทานข้าว “เชกา” ก็นัดมาแถวนี้จะได้กลับบ้านพักของเพื่อนสาวสะดวก
อาจารย์คิมจากมหาวิทยาลัยคึมโอ ถามเชกาว่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษ แน่นอนคำตอบคือ ปลา ...อาจารย์จึงมีบัญชาให้ลูกศิษย์ไปค้นหาร้านที่ขายปลาย่างในกังนัม และได้ร้านชื่อว่า “อีโร??” มา ที่นี่มีปลา “อีมยอนซู” (???) ที่สมัยโบราณหากินได้ยากพอควร ย่างแล้วอร่อยขนาดทำให้คนเป็นเศรษฐีได้ก็แล้วกันค่ะ...
ตามตำนานโบราณเล่ากันมาว่า ที่จริง อีมยอนซู เป็นชื่อของชาวประมงยากจนคนหนึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองฮัมกยอง เมื่อเขาออกทะเลไปคราใดก็จะสามารถจับเจ้าปลานี้มาได้จำนวนมาก มันเป็นปลาที่แสนประหลาด คือ ไม่มีกลิ่นคาวเลย เมื่อเอามาย่างเกลือหรือทอด ส่วนหนังปลาจะอร่อยที่สุด เขาก็เลยเก็บเอาหนังปลาตากแห้งไว้ไม่ขาย ต่อมาข่าวความอร่อยของหนังปลาสะพัดไปทั่วเมืองหลวงฮันยาง ทุกคนแม้แต่พระจักรพรรดิก็อยากที่จะได้ลิ้มลอง จึงต้องมาซื้อที่พระสังข์ อีมยอนซู คนเดียวเท่านั้น ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีในบัดดล ตำบลนั้นและปลานี้ก็เลยได้มีชื่อว่า อีมยอนซู ตามชื่อท่านเศรษฐีใหม่โดยปริยาย....ถ่าด๊า ในที่สุดมันก็มาขึ้นโต๊ะอยู่หน้าเชกาในร้านอีโร...ร้านนี้ใช้พื้นที่ได้ประโยชน์ใช้สอยมาก ห้องน้ำเล็กขนาด 1 ตารางเมตร เข้าไปแล้วห้ามกลับตัว พนักงานบริการก็เข้าใจหาคนหน้าตาดีมา แถมยิ่งดึกยิ่งมีหนุ่มหล่อ สาวสวยเข้ามาตลอด ทำเอาลุงๆ ป้าๆ ในโต๊ะเรามองตาค้างเลย...
.
โดยสรุป...เชกายังคงเห็นว่าสำหรับนักท่องเที่ยวประเภทจำกัดเวลา หากจะหาแหล่งเดิน รับประทาน ดูเมืองเกาหลี อย่างไรก็ตามยังขอโหวตให้สถานที่ในใจกลางเมือง คือ มยองดงอินซาดงกวางฮวามุน เป็นที่เหมาะสมที่สุด เพราะรวบรวมทั้งแหล่งช็อปชิมชม ไว้หมด หากมีเวลาหลายๆ วันไม่ต้องไปตามทัวร์ กังนัมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นบรรยากาศชีวิตเกาหลีที่แตกต่างไปค่ะ
......ว่าจะไม่แล้ว แต่ก็ไปเสียสตางค์ให้กับช็อปของลาแนช สาขากังนัมจนได้...เฮ้อ...







