
เวิลด์มอนิเตอร์
โตเกียว (ไฟแนนเชียลไทมส์) — สำนักงานสถิติแห่งชาติญี่ปุ่น เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ที่ไม่นับรวมผลกระทบจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อของประเทศประจำเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าขยายตัวเพียง 1.1% เท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าปรับลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ขยายตัวที่ 1.3% และยังเป็นระดับเงินเฟ้อที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 เดือนอีกด้วย ตัวเลขดังกล่าวจุดกระแสความคาดหวังว่า ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพิ่มเติม เพื่อทำให้เงินเฟ้อบรรลุเป้าหมายที่ 2%
โตเกียว (ไฟแนนเชียลไทมส์) — สำนักงานสถิติแห่งชาติญี่ปุ่น เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ที่ไม่นับรวมผลกระทบจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อของประเทศประจำเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าขยายตัวเพียง 1.1% เท่านั้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าปรับลดลงจากเดือน ก.ค. ที่ขยายตัวที่ 1.3% และยังเป็นระดับเงินเฟ้อที่ต่ำที่สุดในรอบ 10 เดือนอีกด้วย ตัวเลขดังกล่าวจุดกระแสความคาดหวังว่า ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพิ่มเติม เพื่อทำให้เงินเฟ้อบรรลุเป้าหมายที่ 2%
ปักกิ่ง (เอพี) — เทียนซานเน็ต สื่อรัฐบาลจีน รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดหลายจุดที่เมืองลุนไท ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตถึง 50 คน โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มผู้ก่อจลาจลจำนวน 40 คน ประชาชน 6 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ซึ่งรายงานระบุว่า กลุ่มผู้ก่อจลาจลนั้นเสียชีวิตจากระเบิด และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงจนเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้เป็นการก่อการร้ายที่ร้ายแรงมาก
แฟรงก์เฟิร์ต (เอเอฟพี) — จีเอฟเค สถาบันวิจัยตลาดเยอรมนี เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเยอรมนี ในเดือน ต.ค. พบว่าปรับตัวลดลงมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยอยู่ที่ 8.3 จุด จากเดิมในเดือน ก.ย. ที่อยู่ที่ 8.6 จุด ซึ่งทางจีเอฟเค ประเมินว่า ความเชื่อมั่นที่ลดลงเป็นผลมาจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น เหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางและยูเครน ที่เริ่มกำลังเป็นภัยคุกคามที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจของเยอรมนี รวมไปถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่จะลดลงด้วย
ลอนดอน (เอเอฟพี) — มารี พอล คีนีย์ ผู้อำนวยการทั่วไปแผนกสาธารณสุขและนวัตกรรมขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิ้ลยูเอชโอ) เปิดเผยว่า หากการทดสอบวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาของแกล็กโซสมิทไคล์น บริษัทเภสัชกรรมอังกฤษ และบริษัท นิวลิงค์ เจเนทิกส์ ของสหรัฐ เป็นไปได้ด้วยดี วัคซีนป้องกันอีโบลาอาจจะสามารถพร้อมใช้ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคทางแอฟริกาตะวันตกได้ในช่วงต้นปีหน้า โดยในขณะนี้มีการทดลองทางคลินิกด้วยวัคซีนจากทั้งสองบริษัทแล้วในสหรัฐ ทั้งนี้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้ออีโบลาไปแล้วมากกว่า 6,200 คน และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 2,900 คน







