
สกอตแลนด์แยกตัวจับตาผลกระทบค่าเงินยันน้ำมัน
นับเป็นวันที่ตัดสินใจโชคชะตาของสกอตแลนด์ และสหราชอาณาจักรอย่างแท้จริง สำหรับวันที่ 18 ก.ย.
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
นับเป็นวันที่ตัดสินใจโชคชะตาของสกอตแลนด์ และสหราชอาณาจักรอย่างแท้จริง สำหรับวันที่ 18 ก.ย. ที่บรรดาประชาชนจะออกมาลงประชามติว่า จะยอมให้สกอตแลนด์แยกตัวออกมาจากสหราชอาณาจักรหรือไม่ โดยผลโพลของแต่ละสำนักก็ต่างออกมาอย่างคู่คี่สูสีอย่างมาก
กระนั้นก็ตาม ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ยังมีหลายๆ ประเด็นที่ยังเกิดการถกเถียงระหว่างผู้ที่ต้องการให้โหวต “เยส” คือแยกตัว หรือ “โน” คือต้องการให้อยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจว่า หลังจากนี้เศรษฐกิจของสกอตแลนด์จะเดินไปในทิศทางใด ซึ่งอินดิเพนเดนต์ สื่อจากอังกฤษ ได้รวบรวมจุดยืนของฝ่ายต่างๆ ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
สกุลเงิน อเล็กซ์ ซาลมอนด์ หัวหน้าพรรคชาติสกอตติช เนชั่นนัล ซึ่งเป็นหัวหอกหลักในการรณรงค์แยกประเทศ เคยขึ้นอภิปรายกับ อลิสแตร์ ดาร์ลิงนักการเมืองอังกฤษ ผู้นำของแคมเปญ “เบตเตอร์ทูเก็ตเทอร์” ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่ต้องการให้สกอตแลนด์อยู่ในสหราชอาณาจักรต่อไปในประเด็นนี้ ซึ่งซาลมอนด์นั้นระบุว่า หากสกอตแลนด์แยกตัวจะมีทางเลือกอยู่ 3 ทางเกี่ยวกับสกุลเงิน คือ 1.ใช้สกุลเงินที่อ้างอิงตามการเคลื่อนไหวของปอนด์ 2.ใช้สกุลเงินปอนด์ และ 3.ใช้สกุลเงินของตนเอง
อย่างไรก็ตาม ด้านกลุ่มที่สนับสนุนการโหวตโน อย่างเช่น จอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีคลังอังกฤษยืนกรานว่า สกอตแลนด์จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เงินปอนด์หากแยกตัวเช่นเดียวกันกับ มาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) ที่ระบุว่า การใช้สกุลเงินร่วมกัน ในการแบ่งแยกดินแดนจะเป็นการขัดแย้งกับอำนาจอธิปไตย
คำกล่าวเหล่านี้ทำให้ชาวสกอตแลนด์ถึง 51%ไม่เห็นอีกด้วยที่นักการเมืองบางคนที่ต่อต้านการแยกตัวระบุว่า จะไม่ให้ใช้สกุลเงินเดียวกันกับอังกฤษ โดยระบุว่าเป็นการกลั่นแกล้ง
น้ำมัน กลุ่มที่สนับสนุนให้แยกตัวระบุว่า สกอตแลนด์นั้นจะไม่พึ่งพาน้ำมันมากเกินไป โดยคนกลุ่มนี้เชื่อว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรใช้จ่ายรายได้ที่มาจากน้ำมันในทะเลเหนือด้วยความสิ้นเปลือง เนื่องจากไม่สามารถจัดตั้งกองทุนน้ำมันได้ ซึ่งหากมีการแยกตัว กองทุนในลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อเอาชนะใจกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน เฟอร์กัส อีวิง รมต.พลังงานสกอตแลนด์ ส่งสัญญาณว่าบริษัทน้ำมันและก๊าซอาจจะได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี หากแยกตัวเป็นอิสระ
ด้านของกลุ่มเบตเตอร์ ทูเก็ตเทอร์ ระบุว่า การพึ่งพาน้ำมันในทะเลเหนือมากเกินไปจะเป็นอันตราย เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีความผันผวนสูง ไม่เพียงเท่านั้นทางกลุ่มยังอ้างคำพูดของเซอร์ เอียน วูด ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน ที่เตือนว่า ทางรัฐบาลสกอตแลนด์อาจจะประเมินปริมาณน้ำมันที่มีในทะเลเหนือมากเกินกว่าความเป็นจริงถึง 60%
เศรษฐกิจและการจ้างงาน ซาลมอนด์ ระบุในสมุดปกขาวปี 2013 ว่า การแยกตัวจะทำให้เศรษฐกิจสกอตแลนด์ดีขึ้น เพราะมีทั้งคนที่มีทักษะ ทรัพยากรต่างๆ ไม่เพียงเท่านั้น กลุ่มที่สนับสนุนการแยกตัวยังระบุด้วยว่า เศรษฐกิจของสกอตแลนด์ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากนโยบายของทางรัฐบาลสหราชอาณาจักร ขณะเดียวกัน กลุ่มคนรักชาติชาวสกอตแลนด์ยังเพิกเฉยต่อคำเตือนว่า การแยกตัวจะทำให้เกิดความสูญเสียด้านการจ้างงาน เนื่องจากธนาคารต่างๆ จะย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังอังกฤษ
ด้านของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยในการแยกตัว อย่างกระทรวงการคลังของสหราชาณาจักร ได้เตือนว่า อุตสาหกรรมธนาคารของสกอตแลนด์นั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ (เบลเอาต์) ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต โดยหากเกิดวิกฤตจริงอาจจะทำให้ประชาชนที่ต้องจ่ายภาษีเป็นหนี้สินถึงคนละ 6.5 หมื่นปอนด์เลยทีเดียว (ราว 3.45 ล้านบาท)
ภาษี รัฐบาลสกอตแลนด์ ระบุว่า จะไม่มีการปรับขึ้นภาษีหลังจากที่โหวตแยกตัว โดยหวังว่าจะเพิ่มการเก็บภาษีให้ได้เพิ่มปีละ 250 ล้านปอนด์ หรือมากกว่า โดยจะทำให้การเลี่ยงภาษีเป็นเรื่องยากมากขึ้น ขณะเดียวกัน อาจจะยังมีการเสนอให้มีการปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลง 3% เพื่อดึงดูดบรรดาธุรกิจขนาดใหญ่ และการจ้างงานให้เข้ามาในประเทศ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มเบตเตอร์ ทูเก็ตเทอร์ กลับได้อ้างถึงการวิจัยของสถาบันเพื่อการศึกษาการคลังที่ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2016 ภาวะการคลังของรัฐบาลจะเผชิญการขาดดุลมากกว่าสหราชอาณาจักเสียอีก โดยจะอยู่ที่ราว 6,000 ล้านปอนด์ (ราว 3.18 แสนล้านบาท) ซึ่งทำให้ทางการต้องมีการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมเพื่อชดเชยเงินที่หายไป







