posttoday
ดีเดย์ ‘สกอต’ แยกประเทศ เข้าคูหาสร้างประวัติศาสตร์

ดีเดย์ ‘สกอต’ แยกประเทศ เข้าคูหาสร้างประวัติศาสตร์

18 กันยายน 2557

ในที่สุดวันที่ชาวสกอตแลนด์รอคอยก็มาถึง นั่นคือวันเข้าคูหาลงประชามติว่าจะอยู่หรือจะแยกตัวจากสหราชอาณาจักร

ในที่สุดวันที่ชาวสกอตแลนด์รอคอยก็มาถึง นั่นคือวันเข้าคูหาลงประชามติว่าจะอยู่หรือจะแยกตัวจากสหราชอาณาจักร หลังจากเข้าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้มานานถึง 307 ปีจนหลายคนแยกไม่ออกว่า "ชาวสกอต" กับ "ชาวอังกฤษ" ต่างกันอย่างไร

แต่เดิมนั้น สกอตแลนด์เป็นประเทศเอกราชมานานหลายร้อยปี มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง และที่สำคัญเป็นคนละชนชาติกับชาวอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มีพรมแดนติดกับอังกฤษทำให้มีความเกี่ยวพันกันในด้านประวัติศาสตร์และการเมืองอย่างเหนียวแน่น เช่น กษัตริย์และราชินีชาวสกอตก็เคยปกครองอังกฤษ ส่วนราชวงศ์อังกฤษก็ผลัดกันมาปกครองสกอตแลนด์

แต่ใช่ว่าจะปกครองกันอย่างราบรื่น เพราะมีความขัดแย้งระหว่าง 2 เชื้อชาติอยู่เสมอๆ เช่น การต่อสู้ของ วิลเลียม วอลเลซ ผู้นำคนท้องถิ่นต่อสู้กับอังกฤษเพื่อขับไล่อังกฤษ เมื่อศตวรรษที่ 13 อันเป็นที่มาของภาพยนต์ดังในอดีตเรื่อง "เบรฟฮาร์ท"

กระทั่งรัฐสภาของสกอตแลนด์และรัฐสภาพของอังกฤษ มีมติร่วมกันให้ผนวกสกอตแลนด์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 1707 หลังจากนั้นแม้ในทางนิตินัยสกอตแลนด์ยังมีสถานะเป็นประเทศ แต่ในทางปฏิบัติมีสถานะเสมือนแคว้นหนึ่งในเกาะบริเตนใหญ่ เพราะการบริหารประเทศในประเด็นสำคัญ ล้วนต้องผ่านการตัดสินใจที่ลอนดอน

ในระยะหลังเริ่มมีความพยายามเป็นเอกเทศในหลายๆ ด้าน เช่นในด้านกีฬา ที่มีการแยกส่งทีมฟุตบอลและอื่นๆ ในนามของสกอตแลนด์ รวมถึงการกระจายอำนาจการบริหารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอำนาจในการออกกฎหมายทีเกี่ยวเนื่องกับพื้นที่โดยตรง กระทั่งนำไปสู่การถกเถียงเพื่อแยกประเทศออกจากสหราชอาณาจักรที่จะมีขึ้นในวันนี้

ในบัตรลงคะแนนเสียงจะมีคำถามว่า "ควรที่สกอตแลนด์จะแยกตัวเป็นประเทศเอกราชหรือไม่?" ผู้ออกเสียงจะมีสิทธิ์กาได้ 1 คำตอบ นั่นคือ ควร (Yes) และไม่ควร (No) ทำให้การรณรงค์แบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน นั่นคือฝ่าย Yes หรือฝ่ายสนับสนุนเอกราช และฝ่าย No ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรต่อไป

ปัจจัยที่ชี้นำการลงประชามติ ไม่ใช่เพียงแค่ความต้องการเอกราชและอัตลักษณ์ที่เป็นเอกเทศจากชาวอังกฤษเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นเรื่องเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการรายได้จากน้ำมันในทะเลเหนือ หากสกอตแลนด์แยกตัวออกไป ก็เท่ากับตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของอังกฤษ แต่จะทำให้ประเทศใหม่มั่งคั่งขึ้นมาในพริบตา

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลอังกฤษจึงพยายามล็อบบี้ให้ชาวสกอตคล้อยตามว่า นับจากนี้จะมีการเพิ่มอำนาจบริหารงบประมาณให้สกอตแลนด์มากขึ้น เพื่อที่จะโน้มน้าวไม่ให้เจ้าของบ่อน้ำมันคิดแยกตัวไป ทำให้ล่าสุด คะแนนเสียงของฝ่าย No เริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง และนำฝ่าย Yes อยู่ไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม หากฝ่าย Yes ได้รับชัยชนะ ก็ใช่ว่าสกอตแลนด์จะเป็นเอกราชในทันที เพราะต้องมีการตระเตรียมในหลายด้านอีกมาก แต่หากสามารถแยกประเทศได้สมความตั้งใจ จะมีการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2016

ที่มา M2F

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง