
ผู้ดีดิ้นอีกเฮือกกล่อม‘สกอต’วอนอย่าแยกตัว
นายกฯ อังกฤษ วอนชาวสกอตแลนด์อย่าแยกตัว ชี้ทำอียูนาโต้ สั่นคลอน
นายกฯ อังกฤษ วอนชาวสกอตแลนด์อย่าแยกตัว ชี้ทำอียูนาโต้ สั่นคลอน
เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ เดินทางไปเยือนสกอตแลนด์ในวันที่ 15 ก.ย. ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อโน้มน้าวให้พลเมืองชาวสกอตลงคะแนนเสียงไม่แยกตัวเป็นอิสระ ก่อนจะมีการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักรในวันที่ 18 ก.ย.นี้
ขณะที่ผลสำรวจชี้ว่า การลงประชามติครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยคาเมรอน ระบุว่า หากมีการยุติความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับสหราชอาณาจักรกว่า 300 ปี ก็ไม่มีทางที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกในอนาคต
เอพีรายงานว่า หากเสียงส่วนใหญ่ลงคะแนนให้แยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร ไม่เพียงแต่จะส่งผลให้สหราชอาณาจักรต้องปรับเปลี่ยนแผนที่ แต่เสาหลักของเศรษฐกิจและความมั่นคงของยุโรปตะวันตกอย่างสหภาพยุโรป (อียู) และองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ต้องสั่นคลอนไปด้วย
เจ้าหน้าที่จากทั้งสององค์กร ระบุว่า การที่สกอตแลนด์แยกตัวจะส่งผลให้พื้นที่นี้ต้องออกจากอียูและนาโต้โดยอัตโนมัติ และการกลับเข้าไปเป็นสมาชิกอียูเป็นกระบวนการที่ยากลำบากและกินเวลานาน เนื่องจากหลายๆ ประเทศไม่ต้องการให้สกอตแลนด์ได้สิทธิพิเศษเหมือนเช่นอังกฤษ ซึ่งหมายรวมถึงการใช้สกุลเงินยูโรและเป็นสมาชิกเขตไร้พรมแดนระหว่างกันของอียูหรือเชงเกน
นอกจากนี้ หากรัฐบาลสกอตแลนด์ยังยืนกรานให้ประเทศเป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ก็จะสร้างปัญหาด้านกลยุทธ์และการปฏิบัติการให้แก่นาโต้ เพราะต้องหาท่าเรือใหม่ให้กับเรือดำน้ำบรรทุกขีปนาวุธและหัวรบนิวเคลียร์ ซึ่งในปัจจุบันยังคงอยู่ที่แม่น้ำไคลด์
ทั้งนี้ ยูโกฟ สถาบันวิจัยชั้นนำในอังกฤษ เปิดเผยผลสำรวจว่า มีผู้เห็นด้วยกับการแยกตัวเป็นอิสระเพิ่มขึ้นเป็น 51% โดยถือเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่มีผู้เห็นด้วยกับการแยกเป็นอิสระมากกว่าผู้ไม่เห็นด้วย







