รถเถื่อน
ใกล้เทศกาลเปิดเทอม บรรดานักศึกษาต่างทยอยกันกลับมาสู่รั้วสถาบันการศึกษา
ใกล้เทศกาลเปิดเทอม บรรดานักศึกษาต่างทยอยกันกลับมาสู่รั้วสถาบันการศึกษา การเดินทางจากต่างจังหวัดมายังเมืองใหญ่ก็มียานพาหนะหลากหลายชนิดให้เลือกใช้ ในจำนวนนี้มีอยู่ประเภทหนึ่งที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม และสร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้โดยสารสาวๆ ที่ถูกคุกคามทางเพศ บางรายถึงแก่ชีวิตก็มี รถที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ รถเถื่อน
ขึ้นชื่อว่า “รถเถื่อน” ย่อมไม่ถูกกฎหมายและไม่ควรใช้บริการ แต่ไม่น่าเชื่อว่า รถประเภทดังกล่าวมีอยู่เกลื่อนกลาดบนท้องถนน ไม่เว้นแม้แต่เมืองใหญ่ และค่อยๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้นตามความต้องการของผู้ใช้บริการ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวเหยื่อนักศึกษาสาวถูกคนขับรถเถื่อนคุกคามสวัสดิภาพและกระทำชำเรา กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนในสังคมกลับมาให้ความสนใจกับรถประเภทดังกล่าวอีกครั้ง และก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพการปราบปรามของภาครัฐไปต่างๆ นานา
ถึงแม้ว่าจะมีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนขับรถประเภทดังกล่าว มีการงัดมาตรการทางกฎหมายมาใช้ในการควบคุม หรือแม้กระทั่งรณรงค์ให้คนในสังคมตระหนักถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ชีวิตและทรัพย์สิน แต่ความจริงที่เป็นอยู่ก็คือ ผู้คนยังคงใช้บริการรถประเภทดังกล่าว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ปลอดภัย สะท้อนให้เห็นมูลเหตุทางด้านการคมนาคมบางประการที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้
ในส่วนของชาวเมือง มักเลือกนั่งรถเถื่อนด้วยเงื่อนไขของเวลาที่เร่งรีบ ถึงแม้บางครั้งจะต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่ารถโดยสารทั่วไป ก็ต้องยอม แต่โดยภาพรวมแล้ว รถเถื่อนที่ให้บริการมักมีราคาที่ประหยัดกว่ารถแท็กซี่ทั่วไป อันเป็นผลจากต้นทุนรถที่มีราคาต่ำและการหลบเลี่ยงการชำระภาษีรถยนต์ จะสังเกตว่ารถเถื่อนมักบรรทุกผู้โดยสารครั้งละหลายคน ถือเป็นการช่วยลดต้นทุนในการขนส่งได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้นการที่ปริมาณรถเถื่อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ก็เป็นผลจากต้นทุนการขนส่งต่ำ สร้างรายได้งาม ทำให้คนขับรถประเภทดังกล่าวยอมเสี่ยงกับการกระทำผิดกฎหมายนั่นเอง
ตัวเลขล่าสุดของจำนวนรถเถื่อนในปักกิ่งมีไม่ต่ำกว่าแสนคัน ซึ่งมากกว่ารถแท็กซี่ที่มีจำนวน 6.5 หมื่นคัน อันเป็นผลจากการควบคุมไม่ให้รถประเภทหลังสร้างความแออัดให้แก่การจราจรที่แน่นขนัดไปด้วยรถนานาชนิด ว่ากันตามสภาพความเป็นจริง นอกจากสถานีรถไฟแล้ว เราสามารถพบรถเถื่อนได้เกือบทุกหนแห่งในเมืองใหญ่แห่งนี้ เหตุที่ผู้คนเลือกใช้บริการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพราะดีกว่ายานพาหนะชนิดอื่น แต่เป็นเรื่องสุดวิสัยมากกว่า โดยเฉพาะเขตชานเมืองที่รถแท็กซี่มักไม่ชอบขับไปส่งลูกค้า เพราะต้องตีรถเปล่ากลับเข้าเมือง จึงเป็นช่องทางทำมาหากินของคนขับรถเถื่อน
คิดดูว่าขนาดเมืองหลวงที่มีการใช้มาตรการทางด้านการจราจรเข้มงวดกว่าเมืองระดับรองลงไป ยังตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมืองเล็กๆ ที่มีการใช้มาตรการควบคุมทางกฎหมายอย่างหละหลวม เราจึงพบเห็นรถเถื่อนตามเมืองขนาดเล็กจำนวนไม่น้อย สภาพของรถเถื่อนที่ให้บริการตามต่างจ่างหวัดก็มักเป็นรถที่มีอายุการใช้งานมานานหลายปี ขาดความปลอดภัย แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ในที่ห่างไกลความเจริญ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น
รถเถื่อนส่วนใหญ่มักมีลักษณะเด่นด้วยกัน 2 ประการ คือ บรรทุกผู้โดยสารมากๆ และวิ่งด้วยความเร็วสูง เพราะการบรรทุกคนเยอะย่อมหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การวิ่งด้วยความเร็วสูงนั้น เป็นเหตุจากการหลบเลี่ยงการตรวจสอบของตำรวจจราจร และเมื่อสองสิ่งนี้รวมกัน ก็นำมาซึ่งการขาดสวัสดิภาพในการโดยสาร นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญก็คือ ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บจากการขับขี่ของยวดยานชนิดนี้ ไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยแต่อย่างใด
แม้ว่าจะมีการปราบปรามรถเถื่อนในระยะสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ค่อยเกิดประสิทธิผลเท่าใดนัก การที่ท้องถนนมีสภาพผิวการจราจรที่มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ มีส่วนทำให้บรรดารถเถื่อนที่มักมีรูปลักษณ์เป็นรถตู้ขนาดเล็ก เปลี่ยนสภาพมาเป็นรถยนต์ทั่วไปที่สามารถแล่นด้วยความเร็วสูง เพิ่มความยากลำบากให้แก่การติดตามมากขึ้น
เหตุการณ์ทำนองที่เกี่ยวกับการก่อเหตุอาชญกรรมของบรรดาผู้ขับรถเถื่อน ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ต่อไป ตราบเท่าที่ภาครัฐยังไม่สามารถนำมาตรการปราบปรามที่มีประสิทธิภาพมาใช้ สิ่งที่ผู้คนในสังคมทำได้คือ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้บริการรถประเภทดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตน


