
Luxury Japan 6
คณะของเราเข้ามาถึงยังหมู่บ้าน Grand Hirafu ในช่วงบ่าย แต่ยังไม่ได้เช็กอินเข้าที่พักเพราะมีนัดกับคุณ
คณะของเราเข้ามาถึงยังหมู่บ้าน Grand Hirafu ในช่วงบ่าย แต่ยังไม่ได้เช็กอินเข้าที่พักเพราะมีนัดกับคุณ Paul Haggart เจ้าหน้าที่จาก Niseko Town ที่มารอพวกเราอยู่แล้วที่ The Vale Niseko หนึ่งในคอนโดระดับ Luxury ของที่นี่ คุณพอลอธิบายได้ดีมาก แม้แต่คนที่ไม่เคยมาก็ยังเข้าใจเพราะชุด Presentation นั้นทำให้เราเห็นภาพรวมของ Niseko ได้ทั้งหมด แต่ไม่ได้เจาะลึกมากเก็บบางอย่างไว้ให้พวกเราไปค้นหาหรือไปดูด้วยตากันเองบ้าง ฟังบรรยายเสร็จก็เป็นการสำรวจที่พัก ในบรรดาที่พักทั้งหมดของหมู่บ้านฮิราฟุ The Vale Niseko นี่ถือว่าได้เปรียบที่สุดเพราะติดกับ Family Ace Chair Lift ถูกใจบรรดาลูกค้าชาวไทยมากเพราะตื่นเช้าขึ้นมาก็ลงไปเล่นสกีได้เลย ไม่ต้องเดินหรือนั่งรถออกไปเหมือนที่พักเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านนี้ แถมมีร้านขายและเช่าชุดรวมทั้งอุปกรณ์อยู่ในตัวที่พักเลย ล็อกเกอร์ก็มีพร้อม ไม่แพ้โรงแรมหรือสกีรีสอร์ทที่ไหนทั้งสิ้น ขออธิบายเพิ่มเติมเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น คือ โดยปกติบรรดาโรงแรมที่เรียกว่าสกีรีสอร์ทอย่างเช่น Hilton Niseko, Green Leaf, Kiroro, Rusutsu หรือ Tomamuนั้น จะเป็นโรงแรมที่มีลานสกีพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมเสร็จสรรพ จะไปนอนคืนเดียวแล้วแค่แอ็กชั่นถ่ายรูปกับลานสกีก็ได้ หรือไปเล่นสกีหลายๆ วันก็สะดวกดี เพราะโรงแรมแนวสกีรีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีร้านเช่าอุปกรณ์ โรงเรียนสอนสกีและสกีลิฟต์หรือกอนโดล่าพร้อมสรรพ คือไปแต่ตัวที่เหลือไปใช้ของโรงแรมได้เลย ร้านอาหารร้านขายของก็มีพร้อม ในขณะที่หมู่บ้านสกีอย่างฮิราฟุนั้นคือเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่งซึ่งตั้งอยู่เชิงเขา บนเขามีลานสกีหลายแห่ง ลานสกีแต่ละแห่งเป็นผู้บริหารและจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะมาเล่นสกี ส่วนที่พักนั้นก็กระจัดกระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ของเมือง ใกล้บ้างไกลบ้างที่พักก็มีตั้งแต่ห้องแบ่งให้เช่า บ้านหลังเล็กๆ ทาวน์เฮาส์ บ้านหลังใหญ่นอนได้ทั้งครอบครัว ไปจนถึงคอนโดหรูหรา ราคาก็ขึ้นอยู่กับหน้าตาและโลเกชั่น ยิ่งที่พักแห่งไหนใกล้ลานสกีหรือสกีลิฟต์ก็สามารถตั้งราคาได้สูงเพราะสะดวก ลูกค้าชาวเอเชียจะชอบแบบนี้มากเป็นพิเศษ ผิดกับฝรั่งมังค่าคือนอนที่ไหนก็ได้ไม่ติดขัด การเดินหรือนั่งรถไปสกีนี่เป็นเรื่องปกติขอแค่ให้คุณภาพของลานสกีและหิมะดีจริงสมคำร่ำลือ กลางค่ำกลางคืนมีที่ให้ออกไปสังสรรค์ พอดีว่าเงื่อนไขแรกมันตรงกันกับภูมิศาสตร์ของ Niseko เป๊ะเพราะมีหิมะระดับ Powder Snow นี่แหละที่เป็นตัวดึงดูดให้ฝรั่งมาสกีกันที่นี่ ถ้าเปรียบเทียบกันแล้วการเข้าถึงแหล่งสกีที่ฮอกไกโดนั้นง่ายกว่าหลายๆ แห่งในโลกนี้ อย่างที่ยุโรปหรือออสเตรเลียนี่แหล่งสกีดีๆ มักจะอยู่บนเขาสูงเข้าถึงยากลำบากกว่า แต่ที่ฮอกไกโดนี่สะดวกมากไม่ต้องขึ้นเขาให้ลำบากเลยกลายเป็นที่นิยม พอเงื่อนไขแรกมันได้ที่เงื่อนไขที่สองเลยตามมา ฝรั่งมาอยู่กันทีเป็นอาทิตย์สองอาทิตย์ สิ่งอำนวยความสะดวกก็เลยเพิ่มมากขึ้นๆ แต่ไม่ได้รกรุงรังจนเกินงาม เพราะในหน้าหนาวถึงจะขายดิบขายดีกันแค่ไหน แต่พอหิมะละลายหายไป ฝรั่งนักสกีก็พลอยละลายหายไปด้วยเช่นกัน ธุรกิจบางอย่างจึงรุ่งเรืองอยู่แค่ 45 เดือนและอีก 56 เดือนที่เหลือก็ต้องปิดพักหรือประกอบการอย่างอื่นแทน เวลาไปนิเซโกะหน้าร้อนจึงค่อนข้างเหงา ร้านรวงปิดไปกว่าครึ่ง ที่พักหลายแห่งไม่เปิดให้บริการเพราะค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าจำนวนคนเข้าพัก หรือไม่ก็ไม่ได้เตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกในหน้าร้อนไว้ อาคารหลายแห่งถูกสร้างด้วยคอนกรีตและมีส่วนปิดทึบมากกว่าเพื่อป้องกันความหนาวเย็นจากภายนอกและปกป้องความอบอุ่นภายใน แต่ในหน้าร้อนอาคารเหล่านี้จึงกลายเป็นตู้อบดีๆ นี่เอง แต่ The Vale Niseko นั้นเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนทั้งในหน้าร้อนและหน้าหนาว อีกทั้งโลเกชั่นที่อยู่ติดถนนใหญ่ใจกลางหมู่บ้าน ติดสกีลิฟต์และรายล้อมไปด้วยร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ จึงเป็นที่พักเบอร์ต้นๆ ที่คนเอเชียนิยมมาพักกัน
ห้องพักของ The Vale Niseko เริ่มต้นจาก Studio ห้องนอนเดียวไปจนถึงห้อง Suite 3 ห้องนอน ห้องระดับดีสุดคือ ห้อง Penthouse Yotei Panorama ขนาด 187 ตารางเมตร พร้อมระเบียงขนาด 57 ตารางเมตร ที่มีอ่างอาบน้ำกลางแจ้งมองเห็นภูเขาโยเทอิเต็มลูกตา ห้องนอนหลักเปิดม่านมาก็มองเห็นภูเขาเต็มตาเหมือนกัน ห้องนี้มี 3 ห้องนอนเหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อนสนิท แต่อ่างอาบน้ำอาจจะหวือหวาเกินไปถ้าไม่สนิทกันจริง ห้องครัวและห้องนั่งเล่นเชื่อมต่อกันและมองเห็นวิวภูเขาสุดสายตาเช่นกัน ผมพยายามจองห้องนี้หลายครั้งแล้วไม่เคยสำเร็จเลยซักที เพราะกว่าจะตัดสินใจกันได้ก็เต็มหมดแล้ว เคยได้นอนจริงๆ ก็แค่ Village View 2 ห้องนอน แต่แค่นั้นก็หรูแล้วครับสำหรับบ้าน 4 คน มีครัวไว้ทำอาหารมีห้องนั่งเล่นไว้ดูทีวี ห้องน้ำ 2 ห้องไม่ต้องแย่งกันใช้ คุ้มค่าและสบายกว่านอนโรงแรมครับ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่จะมาเล่นสกีก็ครบถ้วน มาแต่ตัวได้เช่นกันที่เหลือ The Vale เขาจัดหาให้ได้หมดตั้งแต่ชุดสกี อุปกรณ์ทุกอย่าง ครูสอนก็หาให้ เช่าชุดเสร็จก็เอาไปเก็บที่ล็อกเกอร์ เช้ามาประกอบร่างเดินออกไปเจอสกีลิฟต์และลานสกีเลย ว่ากันจริงๆ ถ้าวัดกันด้วยระยะทาง The Vale Niseko สะดวกกว่าสกีรีสอร์ทหลายแห่งด้วยซ้ำ เพราะสกีรีสอร์ทบางแห่งกว่าจะเดินไปล็อกเกอร์แล้วแบกอุปกรณ์ออกไปที่ลานสกีก็หลายสิบเมตร จากทางออกแบกอุปกรณ์ไปที่ลิฟต์อีกร้อยเมตร บางแห่งยังต้องแบกเดินขึ้นเนินไปอีก แต่ที่นี่เดินออกจากตัวอาคารไปก็ลานสกีแล้ว สกีลิฟต์ก็ห่างออกไปนิดเดียวถึงขนาดโฆษณาว่า 5 เมตรก็ถึงลิฟต์แล้ว สะดวกมากถึงมากที่สุดในบรรดาที่พักของหมู่บ้านฮิราฟุ เล่นเสร็จกลางค่ำกลางคืนอยากจะออกไปทานอาหารเขาก็มีบริการจองให้ และมีรถของที่พักไปรับไปส่งด้วย ถ้าขี้เกียจออกจะทานในที่พักเลยก็ได้เขามีห้องอาหาร Vale Bar & Grill (VBG) ไว้บริการทั้งเช้า กลางวันและค่ำ หรือหมดเรี่ยวหมดแรงจะสั่งขึ้นไปทานที่ห้องก็ได้เช่นกัน เล่นสกีจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่นี่ก็มีทั้ง Heat Pool และ Onsen ไว้บริการให้แช่น้ำร้อนผ่อนคลาย โดยเฉพาะที่ Heat Pool นี่มองเห็นลานสกีได้เลย เสียอย่างเดียวเล็กไปนิดนึง
หน้าหนาวนี้ใครมีแผนจะไปเล่นสกีที่ Hirafu และต้องการความสะดวกสบายระดับ Luxury รีบจอง The Vale Niseko กันแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ผิดหวัง ถ้าได้ไปพักแล้วรับรองว่าจะติดใจ อยากไปเสียเงินอีกทุกปีๆ เลยครับ







