
Luxury Japan 5
หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเช้า (ตอนสายๆ) ระดับคุณภาพที่ห้องอาหาร Gilligan’s Island แล้ว
หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเช้า (ตอนสายๆ) ระดับคุณภาพที่ห้องอาหาร Gilligan’s Island แล้ว คณะทัวร์สุดหรูของเราก็ออกเดินทางจาก The Windsor Hotel Toya Resort & Spa เพื่อเดินทางไปยัง Niseko เมืองเล็กๆ ที่โด่งดังเกินตัวในเรื่องสกี แต่ระหว่างทางเรามีแวะพักดื่มน้ำกันก่อนครับ ที่ฮอกไกโดนี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำบริสุทธิ์เพราะอุดมไปด้วยหิมะในหน้าหนาวยาวนานถึง 5 เดือน พอหน้าร้อนหิมะเหล่านั้นก็ค่อยๆ ละลายไหลซึมลงใต้ดินบ้าง ไหลเป็นลำธารหรือธารน้ำเล็กๆ บ้าง น้ำธรรมชาติที่สะอาดและบริสุทธิ์เหล่านี้จึงเป็นที่นิยม ทั้งไว้ดื่มกินและนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร เช่น เต้าหู้ เส้นโซบะ หรือผลิตเครื่องดื่มโดยเฉพาะสาเก โรงเหล้าสาเกหลายแห่งในญี่ปุ่นมักจะใช้น้ำจากธรรมชาติมาปรุงสาเก จึงทำให้สาเกญี่ปุ่นมีความหลากหลายเพราะถึงแม้ข้าวที่ใช้จะมีไม่มากพันธุ์แต่น้ำของแต่ละแหล่งนั้นต่างกันแน่นอน ดังนั้นการได้ไปชิมน้ำธรรมชาติตามแหล่งน้ำต่างๆ จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่น อย่างที่ที่เราแวะไปนั้นมีชื่อว่า Meisui no sato Kyogoku ก็เป็นแหล่งน้ำยอดนิยมแห่งหนึ่งในฮอกไกโด หลายปีก่อนผมแวะมาที่นี่แล้วหนหนึ่ง จำได้ว่ารสชาติของน้ำนั้นมันแตกต่างจากน้ำบ้านเราเยอะมาก คือแทบไม่มีรสอะไรเลยและเย็นชื่นใจดื่มได้โดยไม่ตะขิดตะขวง ถ้าจะบอกว่าน้ำอร่อยเป็นอย่างไร คำตอบก็คือต้องแบบนี้แหละครับเพราะน้ำส่วนใหญ่ที่เคยดื่มจะมีรสติดอยู่ที่ลิ้นหรือในปาก แต่น้ำของที่นี่ดื่มแล้วไม่มีรสชาติใดหลงเหลืออยู่ในปากเลย จึงไม่แปลกถ้าจะเห็นภาพผู้คนแถวนั้นนำขวดหรือถังมารองน้ำกลับไปดื่มกันที่บ้าน บางคนขนถังขนาดใหญ่หลายสิบแกลลอนมาก็มี สอบถามดูจึงทราบว่ามาจากซัปโปโรโน่นขับรถมาขนน้ำกลับบ้านไปดื่มทุกสัปดาห์ ส่วนคณะของเราก็ไม่ยอมน้อยหน้า หลังจากที่ดื่มน้ำกันฉ่ำใจแล้วทางผู้จัดฯ ยังได้เตรียมกระบอกน้ำแบบมีฝาปิดไว้ให้เราตวงน้ำกลับไปดื่มระหว่างทางกันอีกด้วย และนอกจากแหล่งน้ำชั้นดีแล้วตรงบริเวณทางเข้าด้านหน้ามีแผงค้าอยู่สี่ห้าแผง ขอแนะนำของอร่อยที่ต้องลองชิมอีก 2 อย่าง อย่างแรกคือ Korokke หรือ Croquettes โดยปกติจะหมายถึงมันฝรั่งบดแล้วนำไปชุบแป้งขนมปังทอด แต่ร้านนี้เามี Korokke ที่ทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นหลายอย่างมีทั้งมันบด ฟักทอง ข้าวโพด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีของทอดชนิดอื่นอย่างปลาหมึกชุบแป้งทอด ไส้กรอกทอด หรือแม้แต่ข้าวโพดนึ่งก็ยังมีขาย ใครที่ผ่านมาแถวนี้บางทีก็ไม่ได้จะมาดื่มน้ำแต่เพื่อมาชิม Korokke เจ้านี้แหละครับ เห็นมีรายการทีวีญี่ปุ่นมาถ่ายหลายรายการอยู่ กินของคาวเสร็จแล้วก็ต้องปิดด้วยของหวาน ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าไอศกรีมที่ทำจากนมสดๆ แผงสุดท้ายในแถวเป็นร้านขาย Soft cream ของ Yamanaka Farm ที่ขึ้นลือชาเรื่อง Dairy Product ทั้งนม เนยและไอศกรีมสารพัด แต่ที่แผงนี้เขาขายแต่ซอฟต์ครีมสนนราคาโคนละ 300 เยน เนื้อไอศกรีมหนืดได้ที่ไม่เละเหลวเหมือนของบ้านเรา เคล็ดลับไม่มีอะไรมากก็แค่น้ำนมวัวของเขามี Fat content ในปริมาณที่มากกว่านมวัวบ้านเรา ทำอะไรออกมาจึงดีกว่าไปหมด โดยเฉพาะซอฟต์ครีมที่หอมหวานมันอร่อย เสียอย่างเดียวคือหนึ่งโคนไม่หนำใจต้องแอบซ้ำอยู่เสมอ
เสร็จจากการแวะดื่มน้ำ (แถมของคาวหวาน) เราก็มุ่งหน้าสู่เมือง Kutchan เพื่อทานอาหารกลางวันกันก่อน ใครที่นั่งรถไฟมานิเซโกะจะลงรถไฟที่เมืองคุทจังนี้หรือที่นิเซโกะก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทาง อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ คือที่เราเรียกกันว่า Niseko นั้นหมายถึงแหล่งสกีที่อยู่เชิงเขา NisekoAn’nupuri ซึ่งมีหมู่บ้านหรือสกีรีสอร์ทไล่เรียงกันอยู่ 4 แห่ง คือ An’nupuri, Niseko Village, Grand Hirafu และ Hanazono 2 แห่งแรกอยู่ในความดูแลของ Niseko Town ส่วน 2 แห่งหลังขึ้นอยู่กับ Kutchan Town ถ้าเทียบขนาดเมืองแล้ว Kutchan จะใหญ่กว่า Niseko Town ก็เลยทำให้เมืองคุทจังดูคึกคักกว่าเมืองนิเซโกะในหน้าหนาวยิ่งเห็นได้ชัดเพราะที่ฮิราฟุนั้นคนมาเล่นสกีเยอะมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติ พอตกเย็นก็จะหาที่ทานข้าวสังสรรค์กัน ร้านรวงต่างๆ ในฮิราฟุก็ไม่พอเลยล้นมาที่เมืองคุทจัง ยิ่งพวกที่มาอยู่กันเป็นอาทิตย์นี่ต้องลงมาที่คุทจังกันเพื่อตุนเสบียง เพราะที่ฮิราฟุนั้นมีร้านสะดวกซื้อแค่ 2 แห่งและซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ อีกแห่งสองแห่ง ข้าวของก็ไม่ค่อยจะอุดมสมบูรณ์เท่าไหร่ เวลาไปเดินซูเปอร์ที่คุทจังในหน้าหนาวก็จะเห็นภาพแปลกตาเพราะฝรั่งมาเดินกันเยอะรวมถึงร้านอาหารต่างๆ ก็จะมีฝรั่งมานั่งทานไม่น้อยเช่นกัน
มินิบัสสุดหรูของคณะเรามาจอดเทียบตรงข้ามร้าน Nihon Ryori Sato จริงๆ แล้วร้านนี้มีอาหารญี่ปุ่นหลายอย่างให้บริการ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือ Sushi คุณ Hirokazu Sato เป็นทั้งเจ้าของร้านและพ่อครัวซูชิ คอยปั้นซูชิให้เราทานทีละคำอย่างเอร็ดอร่อย วัตถุดิบที่ใช้เป็นของท้องถิ่นหมดเลยทั้งข้าวซูชิที่ใช้ข้าวพันธุ์ Yumepirika ของฮอกไกโดซึ่งอร่อยไม่แพ้ข้าวพันธุ์ Koshihikari และหน้าซูชิซึ่งใช้ของทะเลสดๆ จากรอบเกาะฮอกไกโด โดยเฉพาะ Hokkaido Salmon นั้นอร่อยมากๆ อร่อยกว่าแซลมอนจากยุโรปที่ร้านซูชิสายพานทั้งหลายนิยมใช้กันเยอะ พูดแบบไม่เกรงใจเลยว่าซูชิร้านนี้อร่อยกว่าซูชิร้านดังกลางกรุงโตเกียวที่มีนักท่องเที่ยวไปยืนต่อคิวร่วมชั่วโมงเสียอีก ที่สำคัญคือราคาไม่ได้ต่างกันเลย ใครแวะเวียนมาแถวนี้อย่าลืมมาอุดหนุนกันทานซูชิกันอย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว เราก็เดินทางเข้าไปยังหมู่บ้าน Grand Hirafu เพื่อไปแวะชมที่พัก 23 แห่งก่อนจะเข้าที่พักจริงๆ ของเรา สัปดาห์หน้าค่อยพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับที่พักหรูๆ ในเมืองฮิราฟุกันครับ







