
เยลเลนลั่นยังไม่ปรับดอกเบี้ย
ข้อมูลเศรษฐกิจขณะนี้ไม่พอตัดสิน รับสหรัฐฟื้นดีแต่ตลาดงานยังเปราะ
ข้อมูลเศรษฐกิจขณะนี้ไม่พอตัดสิน รับสหรัฐฟื้นดีแต่ตลาดงานยังเปราะ
ผู้ว่าเฟดระบุข้อมูลไม่พอคุยเรื่องขึ้นดอกเบี้ย รับฟื้นตัวดี แต่ตลาดงานยังน่าห่วง
เจนเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่แคนซัส ซิตี้ ในแจ็คสัน โฮล รัฐไวโอมิง โดยระบุชัดว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะพูดคุยตัดสินใจเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่ตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง โดยเฉพาะโครงสร้างแรงงานที่มีอายุมากขึ้นจนเสี่ยงต่อปัญหาแรงงานและการบริโภคของสหรัฐในระยะกลางและระยะยาว
ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับรายงานการประชุมของคณะกรรมการกำกับนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกคณะกรรมการส่วนใหญ่เริ่มมีท่าทีเปิดกว้างที่จะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ภายใต้เงื่อนไขว่าเศรษฐกิจสหรัฐต้องขยายตัวต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เยลเลน ระบุว่า เฟดต้องการข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐมากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก่อนจะตัดสินใจในเรื่องของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าการที่ตัวเลขแรงงานที่ดีขึ้น หรืออัตราเงินเฟ้อสามารถโตได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ แค่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้
ในงานเดียวกัน มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ระบุชัดว่าอีซีบียังมีมาตรการในการจัดการภาวะเงินเฟ้อต่ำและมาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
“ทางอีซีบียอมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและภายใต้กฎระเบียบที่มีอยู่ ทางคณะจะใช้ทุกเครื่องมือที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาของภูมิภาคในระยะกลางต่อไป” ดรากี ระบุ
ความเห็นดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนจะมีการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงอีกเหลือ 0.3% ทำให้เสี่ยงต่อภาวะเงินฝืดเรื้อรังเหมือนประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ท่าทีของดรากี ครั้งนี้น่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั่วโลกได้
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นในปีนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนเริ่มนำเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มมากขึ้น แทนที่การลงทุนในตลาดตราสารหนี้และพันธบัตรเหมือนช่วงหลายปีก่อนหน้า จนนักวิเคราะห์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ 500 (เอสแอนด์พี 500) จะปรับตัวพุ่งขึ้นแตะระดับ 2,000 เร็วกว่าที่คาด
ก่อนหน้านี้ ทิศทางความเคลื่อนไหวที่เป็นบวกมาโดยตลอดของตลาดหุ้นสหรัฐทำให้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะพุ่งถึง 2,000 จุด ในช่วงสิ้นปีนี้ ทว่าการซื้อขายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีดังกล่าวขาดเพียง 0.4% จะถึงระดับที่กำหนด







