
ไม่แตกต่าง
มาร์ค แชมเปียน คอลัมนิสต์ประจำบลูมเบิร์กแสดงทัศนะว่า การฆ่าตัดหัวช่างภาพอิสระสัญชาติอเมริกันเจมส์ โฟลีย์อย่างโหดเหี้ยมของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นการตอกย้ำเหตุการณ์คล้ายๆ กัน คือการฆาตกรรมแดเนียล เพิร์ล นักข่าวจากวอลสตรีท เจอร์นัล เมื่อปี 2002 และควรจะตอกย้ำว่ากลุ่มไอเอสก็เริ่มมาจากกลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก แต่ต่างกันที่กลยุทธ์เท่านั้น
มาร์ค แชมเปียน คอลัมนิสต์ประจำบลูมเบิร์กแสดงทัศนะว่า การฆ่าตัดหัวช่างภาพอิสระสัญชาติอเมริกันเจมส์ โฟลีย์อย่างโหดเหี้ยมของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) เป็นการตอกย้ำเหตุการณ์คล้ายๆ กัน คือการฆาตกรรมแดเนียล เพิร์ล นักข่าวจากวอลสตรีท เจอร์นัล เมื่อปี 2002 และควรจะตอกย้ำว่ากลุ่มไอเอสก็เริ่มมาจากกลุ่มอัลกออิดะห์ในอิรัก แต่ต่างกันที่กลยุทธ์เท่านั้น
การฆาตกรรมนักข่าวทั้งสองคนต่างเป็นแผนการที่ต้องการให้ทั่วโลกต้องตกตะลึง ทว่าหัวหน้ากลุ่มไอเอสรู้ดีว่าแค่เพียงการตายของโฟลีย์ไม่อาจจะโน้มน้าวสหรัฐให้หยุดการโจมตีทางอากาศได้ เฉกเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่สหรัฐไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษในอ่าวกัวเตมาลา ประเทศคิวบาทั้งหมด หลังจากเพิร์ลถูกฆ่าตาย
แชมเปียน ยังระบุอีกว่า ทั้งอัลกออิดะห์และไอเอสต่างก็เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มุ่งเป้าจะทำลายทุกคนที่ไม่มีความเห็นเดียวกัน โดยพื้นเพของอุดมการณ์ก็คือหลักของอิสลามนิกายสุหนี่หัวรุนแรง และศัตรูของทั้งคู่ก็มีตั้งแต่นิกายสุหนี่ที่คิดไม่เหมือนกัน ไปจนถึงนิกายชีอะห์ ชาวคริสต์ กลุ่มเคิร์ด และชนกลุ่มน้อยต่างๆ เช่น ยาซิดิส และแน่นอนว่าชาติตะวันตกก็เป็นศัตรูตัวฉกาจ
ส่วนสิ่งที่ทำให้ไอเอสแตกต่างจากอัลกออิดะห์คือ การให้ความสำคัญในการสร้างศูนย์กลางการปกครองในใจกลางกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง แทนที่จะเดินหน้าโจมตีตะวันตกอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม แชมเปียน กล่าวว่า นี่เป็นแค่ความต่างเรื่องการจัดลำดับความสำคัญเท่านั้น หากแต่อุดมการณ์และวิธีการของทั้งสองก็เหมือนกัน
สุดท้ายโศกนาฏกรรมการเสียชีวิตของโฟลีย์ไม่ควรถูกมองว่าเป็นสัญญาณให้สหรัฐหันหลังกลับ แต่ให้มองว่าคือการยืนยันว่ากลุ่มไอเอสคืออะไรและต้องการอะไร







