
หวั่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในอิรัก"ไอเอส"ดึงต่างชาติร่วมรบ
แอเดรียน เอ็ดเวิร์ดส์ โฆษกข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์)
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
แอเดรียน เอ็ดเวิร์ดส์ โฆษกข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ออกมาเตือนว่า ชนกลุ่มน้อยเยซิดิสและชาวคริสเตียนหลายพันคนกำลังเผชิญกับภัยคุกคามด้านมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง จากการโจมตีของกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม (ไอเอส)
สอดคล้องกับ ริตา อิซซัค ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อยแห่งสหประชาชาติ ที่ระบุว่า มีประชากรราว 23 หมื่นคน ติดอยู่ในภูเขาซินจาร์ทางตอนเหนือของอิรัก พร้อมเสบียงอาหารและน้ำดื่มจำนวนเล็กน้อย และต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตราย รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
นอกจากนี้ ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ยังเรียกร้องให้ผู้นำจากนานาประเทศส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชนกลุ่มน้อยผู้ลี้ภัยดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสหรัฐได้ส่งทหารราว 130 นาย เข้าไปประเมินสถานการณ์ พร้อมโปรยอาหารและน้ำดื่มราว 108 ชุด ในพื้นที่แล้ว เช่นเดียวกับออสเตรเลียที่ยืนยันว่าจะเข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่านานาชาติออกโรงสนับสนุนไฮดาร์ อัลอาบาดี ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิรักอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งเร่งให้จัดตั้งรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน เดวิด เออร์วิง ผู้อำนวยการทั่วไปสำนักงานใหญ่องค์การข่าวกรองเพื่อความมั่นคงของออสเตรเลีย กล่าวว่า มีชาวออสเตรเลียจำนวนหนึ่งพยายามสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายหัวรุนแรงในซีเรียและอิรัก ซึ่งใช้ผู้ที่พูดภาษาอังกฤษได้เป็นผู้ส่งข้อความของกลุ่มไอเอสผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยชาวออสเตรเลียถือเป็นหมากสำคัญของสงครามการโฆษณาชวนเชื่อจากกลุ่มก่อการร้ายในโลกออนไลน์
ขณะเดียวกัน กลุ่มไอเอสยังพยายามดึงดูดผู้คนในอาเซียนให้เข้ามาเป็นกองกำลังเพื่อร่วมต่อสู้ในซีเรียและอิรัก ซึ่งบลูมเบิร์กรายงานว่า พบชาวอินโดนีเซียราว 200 คน และชาวมาเลเซียประมาณ 300 คน เดินทางไปยังซีเรียเพื่อเข้าร่วมสู้รบกับกลุ่มกบฏต่างๆ ผ่านทางประเทศที่ 3 อาทิ อียิปต์ และตุรกี ทั้งนี้ หน่วยงานให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยของสหรัฐชี้ว่า เรื่องนี้ได้เพิ่มความเสี่ยงที่ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวอาจจะกลับเข้ามาปฏิบัติการโจมตีประเทศบ้านเกิดตนเองได้







