
ม็อบอุยกูร์ปะทะเดือดตำรวจจีน ตาย-เจ็บนับร้อย!
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เอเอฟพีรายงานเหตุการณ์รุนแรงล่าสุดหลังสิ้นสุดเดือนถือศีลอดของชาวมุสลิมในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ว่า มีกลุ่มคนไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดพร้อมอาวุธประเภทมีดและขวานบุกเข้าโจมตีสถานีตำรวจและสถานที่ราชการหลายแห่งในเมืองอีลิซคูของเขตยาร์คาน ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลซินเจียง เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้กำลังเข้าระงับเหตุ จนมีพลเมืองทั้งชาวฮั่นและอุยกูร์เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
จากรายงานแจ้งว่า ชาวอุยกูร์มากกว่า 20 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงจนเสียชีวิต อีกกว่า 10 รายได้รับบาดเจ็บ และมีผู้ถูกจับกุมประมาณ 67 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ของจีนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 13 ราย อย่างไรก็ดี ดิลซัต ราซิท โฆษกกลุ่มมุสลิมอุยกูร์พลัดถิ่นของสมัชชาชาวอุยกูร์โลก (ดับเบิลยูยูซี) กล่าวแย้งว่า เหตุปะทะดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บกว่า 100 ราย
นอกจากนี้ กลุ่มมุสลิมอุยกูร์พลัดถิ่นยังเรียกร้องให้ทางการจีนออกมาอธิบายเหตุปะทะที่เกิดขึ้นล่าสุดจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากด้วย “เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลจีนหยุดปั้นเรื่องและบิดเบือนความจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ราซิท กล่าว
ทว่ายังไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ รวมถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่นอนจากทางการจีนในเรื่องดังกล่าว นอกจากสื่อของรัฐบาลที่รายงานข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตในการปะทะหลายสิบคน เนื่องจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ขณะที่ หวางหมิง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงความมั่นคงภายในของจีน ก็บรรยายสรุปสถานการณ์ล่าสุดที่สั้นๆ ว่า เป็นวิธีการจัดการที่เหมาะสมแล้ว
เช่นเดียวกับสำนักข่าวซินหัวของจีนที่รายงานว่า เหตุโจมตีล่าสุดดังกล่าวเป็นความพยายามในการสร้างความไม่มั่นคง ความหวาดกลัว และความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในภูมิภาค
ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า การควบคุมด้านวัฒนธรรมและศาสนาของรัฐบาลจีนเป็นเชื้อเพลิงให้ความไม่สงบปะทุขึ้นในซินเจียง
ทั้งนี้ โฆษกกลุ่มมุสลิมอุยกูร์ พลัดถิ่นของดับเบิลยูยูซีจึงแนะให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนสร้างความโปร่งใสในการเสนอข่าว ด้วยการอนุญาตให้สื่อต่างชาติมีอิสระในการสัมภาษณ์และเสนอข่าวชาวอุยกูร์ พร้อมทั้ง ให้การปกป้องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของพลเมือง ชาวอุยกูร์ด้วย







