
ผวาอีโบลาลามทั่วโลก อียู-เอเชียเฝ้าระวัง
องค์กรแพทย์เตือนการระบาดอยู่เหนือการควบคุม อาจแพร่ไปทั่วโลก ด้านสหภาพยุโรปและเอเชียเฝ้าระวังเต็มที่
องค์กรแพทย์เตือนการระบาดอยู่เหนือการควบคุม อาจแพร่ไปทั่วโลก ด้านสหภาพยุโรปและเอเชียเฝ้าระวังเต็มที่
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานความวิตกกังวลและหวาดกลัวว่า เชื้อไวรัสอีโบลาจะระบาดลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ประเทศในยุโรปและเอเชียแจ้งเตือนภัยเฝ้าระวัง ขณะที่องค์กรด้านการแพทย์ชั้นนำออกโรงเตือนว่า การระบาดของโลกอาจจะอยู่เหนือการควบคุมแล้ว
หน่วยงานแพทย์ไร้พรมแดน (เอ็มเอสเอฟ) กล่าวว่า วิกฤติเชื้อไวรัสอีโบลาที่เกิดขึ้นในประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอนนั้นเรื่มเลวร้ายลงเรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังเตือนด้วยว่า ยังไม่มีกลยุทธ์รับมือการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยพบ ขณะที่ หน่วยสันติภาพของสหรัฐประกาศเรียกตัวอาสาสมัครกว่า 20 คน ออกจากทั้ง 3 ประเทศที่มีการระบาดแล้ว
ด้านฮ่องกงประกาศใช้มาตรการกักตัวผู้ต้องสงสัยหญิงรายหนึ่งที่เพิ่งเดินทางมาจากแอฟริกา พร้อมอาการป่วย ทว่าผลการทดสอบออกมาเป็นลบ ขณะที่สหภาพยุโรป (อียู) กล่าวว่าเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามดังกล่าวแล้ว ส่วนองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) จัดเจรจากับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับโลกถึงมาตรการในการระงับการแพร่ระบาดของโรค
ในสหราชอาณาจักร ฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศและประธานคณะกรรมาธิการจัดการวิกฤตของรัฐบาล เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อประเมินสภานการณ์ แม้จะทีรายงานพลเมืองเพียงรายเดียวที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ ทว่าผลการตรวจก็ออกมาเป็นลบ อย่างไรก็ดี แฮมมอนด์สรุปว่า วิธีที่ดีที่สุดคือ การให้ทรัพยากรต่างๆ เพิ่มเติมแก่แอฟริกาตะวันตก เพื่อจัดการกับแหล่งที่มาของโรค
ทั้งนี้ เชื้อไวรัสอีโบลาสามารถฆ่าผู้ที่ติดเชื้อได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อยร่างกาย อาเจียน ท้องร่วง และบางรายอาจพบว่าเกิดความล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ รวมถึงอาการเลือดไหลไม่หยุดด้วย นับตั้งแต่เดือน มี.ค.องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) รายงานว่า พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,201 ราย และมีผู้เสียชีวิต 672 คนในกินี ไลบีเรีย
และเซียร์ราลีโอน
นอกจากนี้ ทางอียูได้เตรียมการรับมือและพร้อมที่จะดูแลรักษาเหยื่อจากไวรัสมรณะนี้แล้ว ทั้ง 28 ประเทศสมาชิก โดยคริสตาลีน่า กีออร์เกียว่า กรรมาธิการยุโรปด้านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกล่าวว่า "ระดับการปนเปื้อนภาคพื้นดินเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก และพวกเราจำเป็นต้องเพิ่มระดับการดำเนินงานต่างๆ ก่อนที่จะสูญเสียชีวิตมากไปกว่านี้
กระนั้น บาร์ต เจนส์เซนส์ ผู้อำนวยการของเอ็มเอสเอฟได้ออกมาเตือนรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลกว่า ยังไม่มีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาการระบาดอย่างชัดเจน







