
คนชราจีนไร้ทางเลี้ยงชีพต้องเก็บขยะประทังชีวิต
สื่อต่างชาติเผย ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ผู้สูงอายุจีนไร้หนทางหาเลี้ยงชีพต้องทำงานเก็บขยะ
สื่อต่างชาติเผย ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร ผู้สูงอายุจีนไร้หนทางหาเลี้ยงชีพต้องทำงานเก็บขยะ
แมัการเติบโตอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันได้สร้างเศรษฐีหน้าใหม่ที่ล้วนแต่เป็นคนหนุ่มสาวออกมาสู่สังคมแดนมังกรอย่างต่อเนื่อง ทว่าในอีกมุมหนึ่ง คนชราในจีนกลับมีรายได้ไม่พอยังชีพและจำเป็นต้องดำรงชีพด้วยการเก็บขยะขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ข้อมูลจากธนาคารโลก (เวิร์ดแบงก์) เปิดเผยว่ามีชาวจีนกว่า 2.5 ล้านคนต้องเข้าไปทำงานที่ทำงานเก็บขยะรีไซเคิล โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยที่ไม่มีหนทางหาเลี้ยงชีพทางอื่น นอกจากเก็บขยะเท่านั้น
ทั้งนี้ จีนกำลังเผชิญกับภาวะประชากรผู้สูงอายุขยายตัวอย่างรวดเร็ว คาดกันว่าภายในปี 2050 แดนมังกรจะมีประชากรอายุเกิน 60 ถึงราว 437 ล้านคน หรือเท่ากับหนึ่งในสามของประชากรทั้งหมดจะเป็นผู้สูงวัย
จึงส่งผลให้ปริมาณเงินดูแลชาววัยเกษียณในจีนต่อรายหัวลดลงจนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอีกด้วย โดยมีรัฐบาลท้องถิ่นเกินกึ่งหนึ่ง ยอมรับว่าเต็มกลืนแล้วสำหรับการรับภาระค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลประชากรหลังเกษียณ และต้องอาศัยความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่ง
อันที่จริง จีนซึ่งเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมความกตัญญูที่แข็งแกร่งไม่น่าจะมีปัญหาในประเด็นดังกล่าวมากนัก อย่างไรก็ดีผลกระทบจาก “นโยบายลูกคนเดียว” ส่งผลให้ประชากรวัยทำงานลดลง ทำให้การส่งเสียเลี้ยงดูผู้สูงอายุทำได้ลำบากขึ้น ขณะเดียวกัน หากบุตรคนเดียวนั้นพิการ หรือ เสียชีวิต ก็แทบจะหมดโอกาสผู้ปกครองจะได้รับการเลี้ยงดูเพื่อตอบแทนในยามแก่เฒ่าเลยทีเดียว
กรณีดังกล่าวส่งผลให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องยังชีพด้วยเงินเลี้ยงดูจากรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งแทบไม่พอต่อการเลี้ยงชีพ เพราะแม้แต่ในเขตนครเซี่ยงไฮ้ที่ถือเป็นเมืองที่ร่ำรวย ยังให้เงินเลี้ยงดูผู้สูงอายุเพียง 500 หยวน/เดือน (ราว 2,600 บาท) เท่านั้น ยิ่งไม่ต้องถามถึงในมณฆลอื่นๆ ที่แทบจะต่ำกว่าของเซี่ยงไฮ้ถึง 5 เท่า
“ฉันต้องใช้เงินมากกว่า 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ/เดือนเพื่อใช้จ่ายในค่ารักษาพยาบาล”ผู้สูงอายุไม่ระบุนามรายหนึ่ง กล่าว
แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะพัฒนาไปไกลแล้ว แต่ด้านสวัสดิการสังคมยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่จีนต้องเร่งพัฒนาต่อไป







