
ยุโรปบอยคอตรัสเซียรอบใหม่
มุ่งไปที่หัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง เล็งคว่ำบาตรภาคเศรษฐกิจอีก
มุ่งไปที่หัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง เล็งคว่ำบาตรภาคเศรษฐกิจอีก
อียูคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ข่าวกรองรัสเซีย เตรียมผ่านแผนทำลายเศรษฐกิจหมีขาว
สหภาพยุโรป (อียู) ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบใหม่จากวิกฤตในยูเครน โดยมุ่งไปที่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของรัสเซีย อย่าง อเล็กซานเดอร์ บอร์ทนิคอฟ หัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย (เอฟเอสบี) และ เซอร์เก เบเซดา หัวหน้าฝ่ายที่ดูแลด้านการสืบราชการลับและกิจการระหว่างประเทศของเอฟเอสบี โดยจะส่งผลให้มีการอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าอียู
สำหรับมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่นี้มีเจ้าหน้าที่ยูเครนและรัสเซียรวม 15 คน โดยรวมเจ้าหน้าที่จากสภาความมั่นคงรัสเซียอีก 4 คน
ขณะเดียวกัน การคว่ำบาตรจากอียูรอบใหม่ยังมีการอายัดทรัพย์สินธุรกิจและองค์กรต่างๆ อีก 18 แห่ง ซึ่งจำนวนนี้เป็นของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียในภาคตะวันออกด้วย ซึ่งส่งผลให้ขณะนี้ ยอดบุคคลที่อียูคว่ำบาตรทั้งหมดจากวิกฤตในยูเครนพุ่งไปอยู่ที่ 87 คน ขณะที่องค์กรและธุรกิจอยู่ที่ 20 แห่ง
พร้อมกันนี้ ทางคณะเอกอัครราชทูตของอียูเตรียมจัดการประชุมกันในวันที่ 29 ก.ค.นี้ เพื่อพิจารณาการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยมุ่งเป้าที่เศรษฐกิจรัสเซียเป็นสำคัญ หลังได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นที่จะคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มเติมก่อนหน้านี้ เนื่องจากมองว่ารัสเซียคือผู้จุดชนวนความตึงเครียดในยูเครน และมีแนวโน้มอยู่เบื้องหลังเหตุยิงเที่ยวบินเอ็มเอช 17 ตก
ด้านเจ้าหน้าที่ซึ่งเห็นร่างการคว่ำบาตรต่อรัสเซียของอียู เปิดเผยว่า มาตรการคว่ำบาตรประกอบไปด้วยรายละเอียดหลายข้อ เช่น จำกัดการเข้าถึงของรัสเซียในตลาดทุนยุโรป ห้ามส่งออกอาวุธและอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่บริษัทพลังงานรัสเซียต้องใช้ในการขุดเจาะในทะเล
ความเคลื่อนไหวนี้นับเป็นก้าวสำคัญของอียูที่มีต่อรัสเซีย โดย เฮอร์แมน แวน รอมพาย ประธานสภายุโรป และ โฮเซ มานูเอล บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เรียกร้องให้ผู้นำของยุโรปอนุมัติการคว่ำบาตรฉบับใหม่นี้ต่อรัสเซีย โดย แวน รอมพาย ถึงกับเรียกร้องให้ผู้นำอียูให้อำนาจกับคณะทูตในการลงนามในมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ซึ่งทำให้ผู้นำไม่จำเป็นต้องจัดการประชุมพิเศษเพื่ออนุมัติการคว่ำบาตรอีกครั้ง
ล่าสุด สถานการณ์ยูเครนทวีความตึงเครียด โดยมีรายงานว่านายกเทศมนตรียูเครน 2 คน คือโอเล็ก บาบาเยฟ และอังเดร ซาโดวี ตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธ ทำให้บาบาเยฟถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่ซาโดวีถูกจรวดถล่มบ้านพักแต่เคราะห์ดีที่ขณะนั้นเจ้าตัวไม่ได้อยู่ภายในบ้านทำให้รอดหวุดหวิด







