
พ่อจ๋า แม่จ๋า อยู่ไหน
ในประเทศจีน มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่พ่อแม่ต้องจากบ้านเกิดไปทำงานยังต่างเมือง
ในประเทศจีน มีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่พ่อแม่ต้องจากบ้านเกิดไปทำงานยังต่างเมือง อาศัยแรงงานเพื่อแลกมาซึ่งรายได้มาจุนเจือครอบครัว แต่คนกลุ่มนี้ไม่ได้ติดสอยห้อยตามพ่อแม่ไป และแทบจะไม่มีเวลาได้เห็นหน้าค่าตากันเลยในแต่ละปี โดยมากมักเกิดกับครอบครัวชนบทที่มีฐานะยากจน ทำให้ทั้งพ่อและแม่ต้องไปขายแรงงาน ลูกน้อยที่เปรียบเหมือนแก้วตาดวงใจกลุ่มนี้ จึงกลายเป็นเด็กที่ถูกปล่อยให้อยู่กับบ้าน ขาดการเอาใจใส่จากพ่อแม่ เชื่อหรือไม่ว่า เด็กกลุ่มนี้กำลังเป็นที่จับจ้องของสังคมหลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่และพฤติกรรมร่วมบางอย่างของพวกเขา
สถิติล่าสุดของเด็กที่ถูกพ่อแม่ปล่อยทิ้งไว้กับบ้านในชนบท มีมากกว่า 58 ล้านคน 57.2% ของเด็กกลุ่มนี้พ่อแม่ออกไปทำงานทั้งคู่ ที่เหลืออีกร้อยละ 48.2% มีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งออกไปทำงานต่างเมือง เด็กที่พ่อแม่ไม่ได้อยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดมักเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของปู่ ย่า ตา ยาย หรือไม่ก็ฝากญาติๆ ให้ดูแล และก็ยังมีเด็กอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่มีใครดูแล ใช้ชีวิตเพียงลำพัง
การอบรมสั่งสอนของคนรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งมีอายุห่างกันไม่ต่ำกว่า 50 ปี ย่อมทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย 43.5% ของเด็กที่ไม่ได้เติบโตมากับพ่อแม่ มักอยู่ในความดูแลของคนรุ่นดังกล่าว ซึ่งมีการศึกษาไม่สูง หรือแทบไม่รู้หนังสือด้วยซ้ำ จึงยากที่จะมีปฏิสัมพันธ์อันดีระหว่างกันและกัน เอาแค่เด็กทั่วไปที่อยู่ในความดูแลของพ่อแม่ ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็ยังมีระยะห่างของช่วงเวลาที่ไม่ไกลกันนัก แต่คนรุ่นปู่ ย่า ตา ยายที่เรียกได้ว่าเกิดกันคนละยุค คนละสังคม ย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น เด็กกลุ่มนี้จึงมักมีปฏิกิริยาตอบโต้ และมักแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
การดูแลของคนรุ่นปู่ ย่า ตา ยายก็ไม่ได้ทั่วถึงนัก เพราะบางรายยังต้องทำไร่ไถนา แทบไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ อย่างจริงจัง ยังไม่รวมถึงผู้ใหญ่ที่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย กลับกลายเป็นภาระของเด็กๆ ในการปรนนิบัติ บางรายต้องดูแลหลานหลายคนพร้อมๆ กัน เหนื่อยจนสายตัวแทบขาด เราจะไปคาดหวังถึงคุณภาพในการดูแลเด็กๆ ผ่านคนรุ่นดังกล่าวก็คงไม่ได้ การอบรมสั่งสอนอย่างมีแบบแผน จุดประกายความคิดเรื่องศีลธรรมจรรยา ล้วนไม่ได้เป็นสิ่งที่เด็กๆ ได้รับการปลูกฝัง
สิ่งที่เด็กๆ ได้รับมักเป็นของเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยสร้างความสุขในระยะสั้น แต่ถึงอย่างไรความว้าเหว่ทางจิตใจก็ยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึกของเด็กกลุ่มนี้วันยังค่ำ
ยิ่งถ้าเป็นเด็กในวัยมัธยมฯ พ่อแม่ที่ไม่ค่อยได้อยู่กับลูก มักชดเชยด้วยวัตถุสิ่งของเท่าที่กำลังทรัพย์จะอำนวย แต่ไม่ได้สนใจความรู้สึกนึกคิดเท่าใดนัก และยังให้อิสระในการทำตัวตามอำเภอใจโดยไม่ท้วงติงใดๆ เพราะกลัวจะกระทบกระเทือนความรู้สึก ไม่มีเวลาที่จะชี้นำในสิ่งที่ดีและวิธีการปฏิบัติตัวต่อผู้อื่น พวกเขาลืมคิดไปว่าเด็กกลุ่มนี้กำลังก้าวย่างเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มที่ โอกาสที่จะสัมผัสกับสิ่งเร้านอกกายก็มีอยู่มาก ปัญหาที่เกิดขึ้นก็ไม่น้อย หากไม่มีภูมิต้านทานทางจิตใจที่แข็งแกร่ง การหลงผิดก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย นำไปสู่การก่อเหตุอาชญากรรมในท้ายที่สุด
ผลการสำรวจของกรมตำรวจแห่งชาติชี้ให้เห็นว่า บรรดาคดีที่สร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินและชีวิตโดยมากมักเกิดในชนบท ผู้ที่ก่อเหตุส่วนใหญ่ก็คือ เด็กที่ถูกพ่อแม่ปล่อยให้อยู่ตามลำพัง โดยเฉพาะเด็กที่ถูกทอดทิ้งเป็นเวลานาน มักมีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เปราะบาง มีนิสัยชอบเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยพูดค่อยจา มักมีปฏิกิริยาโต้ตอบในทางที่ต่อต้าน และอาจมีความรู้สึกเกลียดชังพ่อแม่ที่ปล่อยให้ใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุน้อยมาก ปัญหายิ่งเห็นเด่นชัด
เด็กในวัย 05 ขวบ ถือว่าน่าสงสารที่สุด เพราะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่เล็กๆ ขาดการดูแลอย่างจริงจัง บางรายถึงกับจำพ่อแม่ของตัวเองไม่ได้ หรือไม่คุ้ยเคยกับการใกล้ชิดพ่อแม่ในยามที่กลับมาเยี่ยมบ้าน ส่วนเด็กที่มีอายุมากขึ้นหน่อย เริ่มรู้จักโลกมากขึ้น ก็มีความรู้สึกว้าเหว่เพิ่มขึ้น ความคิดถึงที่ไม่ได้รับการตอบสนอง ส่งผลให้หลายต่อหลายรายตัดสินใจฆ่าตัวตาย บางรายก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคนในบ้าน ถือเป็นเรื่องที่ฟังแล้วสะท้อนใจอย่างมาก และเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สังคมจีนทุกวันนี้มีเด็กกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่พูดยากทีเดียว คงไม่มีใครอยากจากลูกไปทำงานต่างบ้านต่างเมือง นานๆ ทีจะได้กลับมาพบหน้ากัน แต่ก็ไม่มีทางเลือกให้พวกเขามากนัก เพราะหากยังอยู่ในชนบท ก็ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงคนในครอบครัว แม้ว่าชาวชนบทบางส่วนจะได้รับการยกระดับคุณภาพชีวิตและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมาก แต่ก็ยังมีชาวชนบทจำนวนไม่น้อยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร จำต้องออกไปขายแรงงานเพื่อแลกมาซึ่งรายได้ ผู้ที่กลายเป็นเหยื่อของความยากจนก็คือ ลูกๆ ที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต ถือเป็นเรื่องจริงที่น่าเจ็บปวด







