
จีนส่อเบี้ยวหนี้หุ้นกู้ซ้ำสองฉุดตลาดบอนด์มังกรชะงัก
บลูมเบิร์ก รายงานว่า จีนเสี่ยงที่จะเผชิญการผิดนัดชำระหนี้ในผลิตภัณฑ์การเงินประเภทหุ้นกู้เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
บลูมเบิร์ก รายงานว่า จีนเสี่ยงที่จะเผชิญการผิดนัดชำระหนี้ในผลิตภัณฑ์การเงินประเภทหุ้นกู้เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ หลังจากบริษัท หัวตง โรด แอนด์ บริดจ์ กรุ๊ป ธุรกิจก่อสร้างในมณฑลฉ่านซี เปิดเผยกับสำนักหักบัญชีเซี่ยงไฮ้ ว่า อาจผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้มูลค่าสูงถึง 400 ล้านหยวน (ราว 2,072 ล้านบาท) ที่มีกำหนดไถ่ถอนในวันที่ 23 ก.ค.จุดกระแสความกังวลอีกระลอกว่า อาจกดดันให้นักลงทุนแห่เทขายตราสารหนี้ภาคเอกชนจีน จนนำไปสู่ภาวะสินเชื่อตึงตัวในประเทศอย่างเลี่ยงไม่ได้
ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัท หัวตง ครั้งนี้ มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดกว่าเมื่อครั้งที่บริษัท เฉาลี โซลาร์ ผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในเซี่ยงไฮ้ ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนมูลค่ารวม 89.8 ล้านหยวน (ราว 449 ล้านบาท) เนื่องจากบริษัท หัวตง อาจไม่สามารถจ่ายทั้งเงินต้นและผลตอบแทน และอาจเป็นการผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกของตลาดกู้ยืมเงินระหว่างธนาคาร ซึ่งเป็นตลาดพันธบัตรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอีกด้วย
“มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัท หัวตง จะผิดนัดชำระหนี้ และหากเกิดขึ้นจริง จะฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง” ซูฮั่นเฟย นักวิเคราะห์ด้านพันธบัตรบริษัทหลักทรัพย์ กั๋วไท่ จวินอัน ระบุ
ในปัจจุบันบริษัทจีน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง ประสบปัญหาการดำเนินธุรกิจได้ยากลำบากยิ่งขึ้น หลังจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงแรงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซาลง จุดความกังวลว่า บริษัทจีนที่ดำเนินธุรกิจก่อสร้างหลายแห่งเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้อีกในอนาคตอันใกล้
อย่างไรก็ตาม แม้ความเสี่ยงการระดมทุนผ่านการออกหุ้นกู้ปรากฏเด่นชัดมากขึ้น ทว่าบรรดาภาคเอกชนจีนยังคงไม่สามารถลดการพึ่งพาการระดมทุนดังกล่าวได้ เนื่องจากยังคงต้องการกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนกำลังลง
จากการรวบรวมข้อมูลของบลูมเบิร์ก พบว่ายอดสินเชื่อคงค้างของเอกชนจีนปรับตัวพุ่งแตะระดับ 206.3% ของจีดีพี ในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งดีดตัวขึ้นจาก 202.1% ในไตรมาสระหว่างเดือน ม.ค.มี.ค. หลังจากยอดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรดีดตัวอย่างรวดเร็วในเดือน มิ.ย. เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันบริษัทจีนยังถือเป็นองค์กรที่มีปริมาณการถือครองหนี้สินสูงที่สุดในโลก หลังจากสัดส่วนการกู้ยืมพุ่งแตะ 14.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าสหรัฐที่ 13.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ







