
เอเชียผวาข้อพิพาทจีนลามไทยรัก"มะกัน-มังกร"เท่ากัน
วอลสตรีท เจอร์นัล เผยผลสำรวจล่าสุดของศูนย์วิจัยพิว พบว่าความนิยมในภาพรวมของสหรัฐยังมีสัดส่วนสูงกว่าจีนอยู่มาก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
วอลสตรีท เจอร์นัล เผยผลสำรวจล่าสุดของศูนย์วิจัยพิว พบว่าความนิยมในภาพรวมของสหรัฐยังมีสัดส่วนสูงกว่าจีนอยู่มาก เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียหวั่นว่าข้อพิพาททางทะเลที่เกิดขึ้นระหว่างจีนกับเพื่อนบ้านอาจนำไปสู่สงครามได้ ขณะที่ไทยมีความนิยมต่อสหรัฐและจีนเท่าๆ กัน
ผลสำรวจทัศนคติของสาธารณชนใน 44 ประเทศ ระหว่างเดือน มี.ค.-มิ.ย. ของศูนย์วิจัยพิวในวอชิงตัน สหรัฐ พบว่า สหรัฐยังได้รับความนิยมเหนือจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสัดส่วนราว 65% ที่ระบุว่ายังมีทัศนคติในเชิงบวกต่อสหรัฐ ขณะที่จีนได้รับคะแนนนิยมราว 49%
อย่างไรก็ดี การคุกคามเพื่อนบ้านของจีนถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ หันไปซบสหรัฐมากยิ่งขึ้น โดย 8 ใน 11 ชาติเอเชียจากการสำรวจชี้ชัดว่าประเทศเหล่านี้เห็นว่าสหรัฐเป็นพันธมิตรเบอร์ 1 ของเอเชีย ขณะที่อีก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน มาเลเซีย และปากีสถาน ระบุว่าสหรัฐ เป็นภัยคุกคามที่สำคัญ ยกเว้นเพียงอินโดนีเซีย หนึ่งเดียวในเอเชีย ที่มองว่าสหรัฐถือเป็นทั้งพันธมิตรและภัยคุกคาม
ส่วนประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ในเอเชีย เช่น ปากีสถาน บังกลาเทศ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ระบุว่ามีความนิยมชมชอบโอนเอียงไปทางจีนมากกว่าสหรัฐ
ยกเว้นเพียงประเทศไทยและเกาหลีใต้เท่านั้น ที่ผลสำรวจระบุว่า มีทัศนคติในทางบวกกับทั้งสองประเทศในระดับใกล้เคียงกัน โดยความนิยมของสหรัฐในไทยมีสัดส่วนสูงถึง 73% ซึ่งเป็นสัดส่วนในระดับเดียวกันกับความนิยมพญามังกรจีนในไทย ซึ่งอยู่ที่ระดับ 72%
ทั้งนี้ ผลสำรวจล่าสุดของศูนย์วิจัยพิวยังแสดง รายละเอียดเพิ่มเติมด้วยว่า หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียต่างเริ่มหวาดหวั่นวิตกในกรณีการอ้างสิทธิเหนือ ดินแดนข้อพิพาทของพญามังกรนั้น อาจจะนำไปสู่การเกิดสงครามได้ เห็นได้จากนโยบายต่างประเทศของสหรัฐที่ให้ความสำคัญต่อภูมิภาคนี้มากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียต้องการความคุ้มครองจากสหรัฐ
จากการสำรวจ 11 ประเทศในเอเชียครั้งนี้ ยังพบด้วยว่า ชาติในเอเชียมากถึง 9 ประเทศที่มีความกังวลในระดับสูงว่าอาจจะเกิดความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธเข้าประหัตประหารกันในประเทศที่เกิดข้อพิพาทกับจีน ซึ่งหมายรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามถึง 93% ในฟิลิปปินส์ 85% ในญี่ปุ่น 84% ในเวียดนาม และ 83% ในเกาหลีใต้ หรือแม้แต่ในประเทศจีนเอง ก็ยังแสดงความกังวลในประเด็นดังกล่าวสูงถึง 62% อีกด้วย
ด้านผลสำรวจในสหรัฐ พบว่า ชาวมะกันก็วิตกกังวลในประเด็นการใช้อำนาจบีบบังคับของจีนต่อเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสำคัญต่อการค้าและการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันถึง 67% กังวลเรื่องกรณีพิพาทดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของศูนย์วิจัยพิวแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การผงาดขึ้นมาทางเศรษฐกิจของจีน ส่งผลต่อแนวโน้มความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในระยะยาวของสหรัฐให้ถดถอยลง โดยมีจีนที่กำลังขึ้นมาแซงหน้าสหรัฐ
จากการอ้างอิงผลสำรวจใน 20 ประเทศ เมื่อปี 2008 ก่อนที่จะเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลก พบว่า สัดส่วนที่ระบุว่าสหรัฐเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจชั้นนำของโลกตกลงที่ระดับ 40% เมื่อเทียบกับสัดส่วน 49% จาก 6 ปีที่ผ่านมา สวนทางกับจีนในประเด็นเดียวกัน ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 31% เมื่อเทียบในช่วงเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า 50% จากกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่า ในที่สุดจีนจะสามารถก้าวเข้ามาแทนที่สหรัฐในด้านเศรษฐกิจได้ ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปี 2008 ถึง 41% ทั้งนี้ มีผู้ตอบแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างเพียง 32% เท่านั้น ที่เชื่อว่าจีนยังไม่อาจขึ้นมาเทียบชั้นสหรัฐได้







