
อินทรีเหล็กดับซ่าแซมบ้า
เผลอแวบเดียว ศึกเวิลด์คัพ 2014 เดินทางมาถึง 4 เกมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์เป็นที่เรียบร้อย
โดย...มิวโกโตะ
บราซิล - เยอรมนี
เวลา 03.00น.
ถ่ายทอดสด : ช่อง 7,ช่อง 8,ทรูสปอร์ต เอชดี3,ทรูวิชั่นส์ 99
เผลอแวบเดียว ศึกเวิลด์คัพ 2014 เดินทางมาถึง 4 เกมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหนนี้นับเป็นรอบตัดเชือกที่สะใจในอารมณ์แฟนบอลอย่างแรง เมื่อค่ำคืนนี้เจ้าภาพบราซิลต้องงัดทุกพลังที่มีมาต้านทานความแข็งแกร่งของอินทรีเหล็กให้ไหว
นับเป็นแมตช์แห่งศักดิ์ศรีที่ไม่อาจพลาดชม เพราะสองมหาอำนาจลูกหนังเคยลงเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเกิน 100 นัด แต่ไม่น่าเชื่อว่าเคยโคจรมาพบกันเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วม โดย วันนั้นขุนพลแซมบ้าลั้นลาแชมป์ชิลๆ 20 เนื่องจากอุดมไปด้วยขุมกำลังซูเปอร์สตาร์ ต่างกับเยอรมนีที่ยังเน้นแข้งเก๋า
อย่างไรก็ตาม บริบทในวันนี้กลับดูต่างออกไป บราซิลแม้จะดึง หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี กุนซือ ผู้ประสบความสำเร็จเมื่อ 12 ปีก่อนมาคุมทัพ แต่ขุมกำลังและลีลาสไตล์แซมบ้าเหือดหายไปแยะ ขณะที่ขุนพลอินทรีเหล็กหลังปฏิวัติวงการไปตอนปี 2006 ฟอร์มก็พุ่งกระฉูด
ขณะที่ข่าวกรณีแพทย์สโมสร ซานโตส เอฟซี สามารถรักษาเนย์มาร์ แนวรุกผู้แบกความหวังที่กระดูกสันหลังแตกในเกมเฉือนโคลอมเบีย 21 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ให้กลับมามีลุ้นเล่นนัดชิงชนะเลิศนั้น ล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลบราซิล (ซีบีเอฟ) ออกมายืนยันหัวหอกบาร์เซโลนาไม่สามารถกลับมาลงสนามให้กับ “เซเลเซา” ทันเวลาแน่นอน คาดว่าสโคลารีเตรียมส่งวิลเลียนลงทำหน้าที่แทน ทั้งที่แฟนบอลส่วนใหญ่เรียกร้องให้โอกาสแบร์นาร์ด ปีกร่างจิ๋ว โดยให้ฮัล์คเป็นหน้าเป้า
นอกจากนี้ เกมรับจะไร้เงา ติอาโก ซิลวา เซ็นเตอร์แบ็กกัปตันทีมที่ติดโทษแบน เอ็นริเก ที่วิ่งเร็วกว่า อาจได้โอกาสก่อนดันเต เป็นไปได้ว่าบิ๊กฟิลต้องถอยเปาลินโญ กับ หลุยส์ กุสตาโว ไปยืนต่ำเพื่อช่วยเกมรับ ส่งผลให้พื้นที่กลางสนามตกเป็นรองแน่นอน และอาจต้องปรับแท็กติกไปเล่นบอลยาวมากขึ้น
ข้ามมาดูทัพอินทรีเหล็ก เวลานี้ความยืดหยุ่นในแนวรับดูจะเป็นกุญแจสำคัญให้พวกเขาหวังแชมป์โลกสมัย 4 ได้ หลังแมตช์กับแอลจีเรียและฝรั่งเศสในรอบน็อกเอาต์ เยอรมนีเริ่มหันมาใช้กลยุทธ์โบราณโดยเน้นแพ็กเกมรับแบบเหนียวแน่นหนึบ อารมณ์ประมาณไม่ได้ก็ต้องไม่เสีย ถ้ายื้อถึงจุดโทษก็มั่นใจกว่า เพราะสถิติดวลเป้าในศึกเวิลด์คัพ รอบสุดท้ายชนะ 100%
ปัจจัยสำคัญที่คู่แข่งเจาะตาข่ายแข้งเมืองเบียร์ลำบาก เกิดจากผู้เล่นช่วยกันไล่บอลกดดันคู่แข่ง ทุกคนวิ่งสู้ฟัดแบบลืมตาย หากนับสถิติวิ่งรวมเฉลี่ยทั้งทีม เยอรมนีคือชาติที่วิ่งระยะทางมากที่สุด
สภาพทีมแทบไม่มีอะไรให้ โยอาคิม เลิฟ ต้องหนักใจ มีเพียง มัตส์ ฮุมเมลส์ เพียงคนเดียวที่ต้องรอทดสอบความฟิต แต่คาดว่าจะลงสนามได้ไม่มีปัญหา ขณะที่กัปตัน ฟิลิปป์ ลาห์ม จะได้กลับไปเล่นเป็นแบ็กขวาอีกครั้งในเกมนี้ เช่นเดียวกับ โทมัส มุลเลอร์ รองดาวซัลโวร่วม ที่พร้อมเบียดตำแหน่ง มิโรสลาฟ โคลเซ คืนจาก 11 คนแรก ส่วนหลังบ้านสบายใจได้เพราะมี มานูเอล นอยเออร์ ลงเฝ้าเสา
ความน่าจะเป็น : มรสุมที่รุมเร้าขุนพลแซมบ้าก่อนเกมตัดเชือก อาจไปกระตุ้นให้ผู้เล่นบราซิลรวมใจเป็นหนึ่งเดียว ยิ่งมีเสียงเฮหนุนหลังยิ่งน่ากลัว แต่งานนี้มีหรืออินทรีเหล็กของ โยกี้ เลิฟ จะรู้ไม่ทัน รูปเกมอาจไม่ใช่เยอรมนีที่บดขยี้ตามความได้เปรียบตัวผู้เล่น เกมคงออกแนวระมัดระวังตัวและไปแลกหมัดในครึ่งหลัง เชื่อว่าแค้นเมื่อ 12 ปีก่อนจะได้รับการชำระคืนนี้
สกอร์ที่คาด : เยอรมนีชนะ 2-1







