posttoday
ต่างชาติร้องรัฐไทยป้องกันลักลอบค้าช้าง

ต่างชาติร้องรัฐไทยป้องกันลักลอบค้าช้าง

08 กรกฎาคม 2557

ทราฟฟิก กลุ่มนักเคลื่อนไหวต่างชาติเรียกร้องรัฐบาลไทยคุมเข้มการลักลอบค้าช้างตามแนวชายแดนป้องกันสูญพันธุ์

ทราฟฟิก กลุ่มนักเคลื่อนไหวต่างชาติเรียกร้องรัฐบาลไทยคุมเข้มการลักลอบค้าช้างตามแนวชายแดนป้องกันสูญพันธุ์

การเรียกร้องครั้งนี้มีขึ้น หลักจากที่สถานีโทรทัศน์บีบีซี แห่งอังกฤษ เผยรายงานพิเศษตีแผ่สถานการณ์ลักลอบค้าช้างในพม่า โดยมีไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลัก

แมตต์ แมคแกรธ ผู้สื่อข่าวสายสิ่งแวดล้อมสถานีโทรทัศน์บีบีซีแห่งอังกฤษ เปิดเผยรายพิเศษกรณีสถานการณ์การลักลอบค้าช้างภายในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ช้างในพื้นที่แถบนี้สูญพันธุ์

รายงานระบุว่าช้างป่าในพม่าตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงเลวร้าย หลังกลุ่มผู้ลักลอบพยายามจะรื้อฟื้นการค้าดังกล่าวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยช้างป่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกช้างจะถูกส่งตัวไปยังปางช้างต่างๆ อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย

กลุ่มทราฟฟิค ที่รณรงค์เรื่องช้างป่าภายในภูมิภาคแสดงความวิตกกังวลว่า การลักลอบค้าช้างป่า เสี่ยงทำให้ช้างป่าในธรรมชาติสูญพันธุ์ พร้อมระบุว่า ระหว่างทางที่ลักลอบขนช้างไปขายนี้ ลูกช้างได้รับการปฎิบัติที่เลวร้าย ซึ่งมีทั้งการเฆี่ยนและทุบตีอย่างทารุณ

"คุณจับช้างป่ามา แล้วตีมันเป็นเวลานานเพียงพอ เมื่อนั้น มันก็จะกลายเป็นช้างที่เชื่อฟังไปในทันที" คริส เชฟเพิร์ด จากกลุ่มทราฟฟิก กล่าว

นอกจากนี้ ผลการศึกษาของกลุ่มทราฟฟิก โดยการรวบรวมข้อมูลการเฝ้าระวังจากเครือข่ายเฝ้าระวังสัตว์ป่าพบว่า มีการลักลอบจับช้างป่ามากกว่า 81 เชือก เพื่อนำไปขายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยระหว่างปี 2011-2013 เพื่อนำไปใช้สร้างความบันเทิงให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศตามปางช้างต่างๆ

ขณะเดียวกัน การที่ลูกช้างเป็นที่ชื่นชอบและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ทำให้ราคาต่าตัวของลูกช้างพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยลูกช้างสุชภาพสมบูรณ์หนึ่งเชือกมีมูลค่าสูงถึง 3.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.056 ล้านบาท)

แม้จะมีความพยายามของทางการไทยในการปราบปรามการลักลอบค้าช้างป่าตามพรมแดนไทย-พม่า ทว่า สถานการณ์ลักลอบค้าช้างป่าตามแนวชายแดนของทั้งสองประเทศยังคงเลวร้าย เนื่องจากยังมีรูรั่วอยู่ตามแนวชายแดน ขณะที่ผู้ลักลอบก็รอจังหวะเวลาที่การบังคับใช้กฎระเบียบของทางการไทยหย่อนลง

"จำนวนช้างป่าในพม่าลดลงเรื่อยๆ อยู่แล้ว จากการสูญเสียที่อยู่อาศัยของตนเอง แต่การลักลอบค้าช้างป่าทำให้สถานการณ์ของมันเลวร้ายมากขึ้น" เชฟเพิร์ดกล่าว ก่อนเสริมว่า การลักลอบค้าช้างป่าเป็นธุรกิจที่เลวร้าย เพราะระหว่างทางช้างป่าจะถูกปฎิบัติอย่างทารุณเพื่อปราบพยศให้การเป็นช้างเชื่อง

นอกจากนี้ กลุ่มทราฟฟิก ยังได้เรียกร้องให้ทางการไทยเพิ่มมาตรการคุมเข้มการค้าช้างภายในประเทศ รวมถึงกรณีที่มีการรยึดช้างได้ในทันทีหากมีการจับกุมได้ตามแนวชายแดน

อย่างไรก็ตาม กฎหมายของไทยตรงนี้ยังคงมีช่องโหว่อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ขึ้นทะเบียนช้างเมื่อช้างมีอายุได้ 8 ปี เปิดโอกาสให้มีการลักลอบนำลูกช้างป่ามาสวมสิทธิ์เป็นช้างบ้าน ในกรณีที่สามารถลักลอบนำเข้าไทยได้สำเร็จ

"การลากซุง การล่าเอางา หรือจับมาเพื่อการค้า ทำให้สถานการณ์ช้างป่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เสี่ยงสูญพันธุ์ในอัตราที่เร็วขึ้น อีกทั้ง อุตสาหกรรมดังกล่าวยังทำให้การอนุรักษ์เป็นไปได้ยากขึ้น" เชฟเพิร์ดสรุป

ทั้งนี้ บีบีซีปิดท้ายรายงานว่า ต่อให้มีกฎหมายที่เข้มงวดเข้มแข็งเพียงใด แต่น่ากลัวว่าจะไม่มีการบังคับใช้ และหวังว่าการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ที่สวิสเซอร์แลนด์ในสัปดาห์หน้าจะมีแรงกดดันให้พม่าและไทยจัดการประเด็นลักลอบค้าช้างป่าอย่างเข้มงวด


 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย