
ความเป็นส่วนตัว
ทุกวันนี้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง “เฟซบุ๊ก” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนเราอย่างมาก ทว่า ประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามอง คือ เรื่องของความเป้นส่วนตัวของผู้ใช้
ทุกวันนี้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง “เฟซบุ๊ก” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนเราอย่างมาก ทว่า ประเด็นหนึ่งที่น่าจับตามอง คือ เรื่องของความเป้นส่วนตัวของผู้ใช้
ทุกวันนี้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง “เฟซบุ๊ก” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนเราอย่างมาก เว็บไซต์ของนิวยอร์กไทมส์นำเสนอบทบรรณาธิการที่ระบุถึงความนิยมที่แพร่หลายของเฟซบุ๊ก และประเด็นปัญหาการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง
บทบรรณาธิการระบุว่า ในปัจจุบันเฟซบุ๊กเป็นสถานที่ที่คนเกือบ 500 ล้านคน เข้าไปติดต่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เข้าไปโพสต์รูปภาพ เรื่องราว และกิจกรรมต่างๆ หรือเข้าไปกดไลค์แสดงความชื่นชมเรื่องราวที่น่าประทับใจ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับความนิยมที่แพร่หลายของเฟซบุ๊กนั่นก็คือ ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมื่อเดือนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากที่ปล่อยให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อเพื่อน เมืองที่อยู่งานที่ทำ โรงเรียน ความสนใจส่วนตัว ฯลฯ ไปปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ต่างๆรวมทั้งถูกแอพพลิเคชันอื่นๆ ดึงข้อมูลเหล่านั้นไปใช้
ทั้งนี้ ผู้บริหารของเฟซบุ๊กก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ออกมาประกาศว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เฟซบุ๊กจะได้จัดทำระบบรักษาความเป็นส่วนตัวที่ผู้ใช้บริการสามารถป้องกันไม่ให้ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้โดยเว็บไซต์อื่นๆ หรือบุคคลที่สามได้
บทบรรณาธิการระบุว่า ในความเป็นจริงแล้ว เฟซบุ๊กสมควรที่จะให้ผู้ใช้บริการเป็นผู้กำหนดและตัดสินใจว่าจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้ใครได้รับรู้บ้าง และสมควรที่จะขออนุญาต หรือสอบถามความจำนงของผู้ใช้บริการเมื่อจะนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ก่อนทุกครั้ง
และถึงแม้ว่าเฟซบุ๊กจะถูกรับรู้ว่าเป็นพื้นที่สำหรับบุคคลที่ต้องการจะแบ่งปันเรื่องราว และข้อมูลส่วนตัวของตนให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ แต่นั่นก็สมควรที่จะมาจากความเต็มใจของผู้ใช้บริการไม่ใช่ถูกบังคับ







