
"จีน"ปิดสวยเยือนโสมขาว
นักวิเคราะห์มองจีนเยือนเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จ ยกระดับสัมพันธ์ ถ่วงดุลสหรัฐ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
นักวิเคราะห์สรุปการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของผู้นำจีน ปิดฉากได้สวยในการถ่วงดุลอำนาจสหรัฐ โดยใช้ประโยชน์ความสัมพันธ์ที่เริ่มแตกร้าวของญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ สองชาติพันธมิตรเหนียวแน่นของสหรัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงใช้จุดร่วมทางประวัติศาสตร์ของจีนกับเกาหลีใต้ ทำให้รู้สึกถึงความแนบแน่นและมีญี่ปุ่นเป็นศัตรูหนึ่งเดียวกัน
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เขียนรายงานกึ่งวิเคราะห์สรุปการเดินทางเยือนประเทศเกาหลีใต้ของประธานาธิบดีจีน สีจิ้นผิง ในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถบรรลุข้อตกลงด้านการค้าและการเงิน ว่านับเป็นการเดินทางเยือนที่ประสบความสำเร็จของผู้นำจีนอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะการบรรลุเป้าหมายหลักที่หวังถ่วงดุลอำนาจสหรัฐภายในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ถือเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่และมีสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับสหรัฐมายาวนาน ทว่ากรณีบาดหมางจากสงครามในอดีต ทำให้สองชาติไม่อาจร่วมมือกันได้สนิทใจ กลายเป็นปัญหาหลักสำหรับรัฐบาลสหรัฐที่ต้องอาศัยความช่วยเหลือทั้งสองชาติในการถ่วงดุลอำนาจจีน
เหล่านักวิเคราะห์ประเมินว่า สถานการณ์ข้างต้นเปิดโอกาสให้จีนขยายอิทธิพลเพื่อถ่วงดุลกับสหรัฐ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้นำจีนแหวกธรรมเนียมเยือนเกาหลีใต้ก่อนเยือนพันธมิตรอย่างเกาหลีเหนือ นอกเหนือจากเหตุผลที่หลายฝ่ายระบุก่อนหน้านี้ว่า ต้องการเตือนให้รู้ว่าจีนกำลังระอากับพฤติกรรมแข็งกร้าวของคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ
สำหรับประเด็นน่าสนใจที่ผู้นำจีนนำมาใช้สานสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ก็คือ การชูถึงจุดร่วมทางประวัติศาสตร์ที่แดนมังกรมีร่วมกับแดนโสมขาว โดยเฉพาะการย้ำย้อนความที่ทั้งสองประเทศเคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมรบกันมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นความจริงทางประวัติศาสตร์ที่เด็กนักเรียนเกาหลีใต้แทบทุกคนรับรู้ดี
“เมื่อใดก็ตามที่เกิดวิกฤต จีนและเกาหลีก็จะช่วยเหลือกัน เพื่อเอาชนะอุปสรรคนั้นด้วยกันเสมอ” ผู้นำจีนกล่าวต่อกลุ่มนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ซึ่งเป็นสถาบันที่ให้การศึกษาแก่เด็กรุ่นใหม่ที่จะจบไปเป็นกำลังสำคัญในแวดวงการเมืองประเทศ ก่อนเสริมว่าประวัติศาสตร์สอง ชาติเมื่อ 400 ปีก่อนเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า จีนเคยช่วยเกาหลีต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น
ลีซังยุน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือในมหาวิทยาลัยทัฟท์ส แสดงความเห็นว่าการย้ำประวัติศาสตร์ช่วงนี้สะท้อนเจตนาในการกระทำของผู้นำจีนที่กำลังบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ความคิดด้านบวกต่อจีนในหมู่คนรุ่นใหม่ เพื่อเดินหน้าสานสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ซึ่งรวมถึงการชูให้ญี่ปุ่นเป็นศัตรูที่จีนและเกาหลีใต้มีร่วมกัน
“ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง กำลังโหมกระพือไฟชาตินิยม เน้นการถูกกระทำหรือตกเป็นเหยื่อจากการรุกรานของจักรวรรดิญี่ปุ่นเมื่อศตวรรษที่ 20” ลีซังยุน กล่าวก่อนเสริมว่าจีนเน้นแต่ด้านบวกของตน โดยไม่ยอมกล่าวถึงด้านลบที่จีนเคยช่วยเกาหลีเหนือรุกรานเกาหลีใต้แต่อย่างใด
นอกจากนี้ อีกหนึ่งหลักฐานยืนยันท่าทีกระตือรือร้นของจีน เพื่อมุ่งสานสัมพันธ์กับเกาหลีใต้คือ การเสนอร่วมจัดงานรำลึกครบรอบ 70 ปี ของการประกาศยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ของญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นในปีหน้าของประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ต่อหน้าประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ แห่งเกาหลีใต้
ทั้งนี้ ปัจจุบันชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ค่อนข้างวิตกกังวลกับท่าทีของญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ที่ต้องการลบล้างภาพลักษณ์ของประเทศช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อผลักดันบทบาทด้านการทหารที่รวมถึงการถ่วงดุลอำนาจกับจีน และช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยของภูมิภาค แถมยังได้รับแรงสนับสนุนจากสหรัฐ
นักวิเคราะห์ระบุตรงกันว่า แม้เกาหลีใต้จะยังคงให้ความสำคัญกับสหรัฐ แต่ท่าทีของสหรัฐที่มีต่อญี่ปุ่นกลับไม่ต่างอะไรกับการผลักให้เกาหลีใต้ออกห่างจากตัว และการที่ผู้นำจีนขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสาธารณชนส่วนหนึ่งของเกาหลีใต้ โดยใส่อารมณ์และบรรยากาศที่ทำให้ชาวโสมขาวตระหนักว่า ยังมีจีนเป็นเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเกาหลีใต้อยู่ และเป็นจีนที่พร้อมจับมือกับเกาหลีใต้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพียงใดทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเมือง
ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ที่มีปริมาณพุ่งแซงมูลค่าการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้กับสหรัฐ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่าท่าทีของเกาหลีใต้นับต่อจากนี้อาจเป็นตัวแปรสำคัญต่อภูมิศาสตร์การเมืองในภูมิภาคเอเชียแห่งนี้
และแม้ว่าจะเร็วเกินไปที่จะทำนายเรื่องสงครามภายในภูมิภาค แต่อย่างน้อยที่สุดการเดินทางเยือนเกาหลีใต้ของผู้นำจีนครั้งนี้ก็อาจถือได้ว่าประสบความสำเร็จที่ต้องการได้ระดับหนึ่ง
ผลการเยือนเกาหลีใต้ของจีน
- จีนและเกาหลีใต้ลงความเห็นร่วมกันที่จะกระชับความสัมพันธ์ และมีจุดยืนสอดคล้องต่อการต่อต้านบทบาททางการทหารของญี่ปุ่น
- บรรลุข้อตกลงที่เปิดให้มีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนสกุลเงินวอนโดยตรง ผลักดันให้เกาหลีใต้ยกระดับเป็นศูนย์กลางการค้าเงินหยวนนอกประเทศจีน
- จีนตั้งธนาคารเพื่อการสื่อสารจีนเป็นตัวแทนธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ด้วยเงินหยวนที่จะมีสำนักงานอยู่ในกรุงโซล เกาหลีใต้
- จีนเพิ่มโควตาให้เกาหลีใต้ในการลงทุนจำนวน 8 หมื่นล้านหยวน ภายใต้โครงการนักลงทุนประเภทสถาบันต่างชาติที่มีคุณสมบัติซื้อขายเงินหยวน (อาร์คิวเอฟไอไอ) ที่ให้นักลงทุนที่ถือเงินหยวนนอกประเทศจีนสามารถลงทุนในสินทรัพย์ของจีนได้
บรรยายภาพประกอบ : ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง และ ประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ







