
ยูเครนบรรลุข้อตกลงค้าอียู
หนุนสินค้าและบริการโยกย้ายเสรี ร่วมลงนามพร้อมจอร์เจีย-มอลโดวา
หนุนสินค้าและบริการโยกย้ายเสรี ร่วมลงนามพร้อมจอร์เจีย-มอลโดวา
ยูเครนบรรลุข้อตกลงการค้ากับอียู ส่งเสริมการขายสินค้าบริการได้เสรี ลงนามพร้อมจอร์เจียมอลโดวา
ประธานาธิบดี ปีโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน บรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป (อียู) ร่วมลงนามด้านการค้าและเศรษฐกิจแล้ว หลังมีเหตุต้องหยุดชะงักจากรัฐบาลชุดที่แล้วที่มีนโยบายเข้าหารัสเซีย จนนำไปสู่วิกฤตความขัดแย้งภายในประเทศ โดยผู้นำยูเครนได้ยกให้ความเคลื่อนไหวนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ชาตินับตั้งแต่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียต
ภายใต้ข้อตกลงที่มีการลงนามพร้อมกับอีก 2 ประเทศ คือ จอร์เจียและมอลโดวา ครั้งนี้จะส่งผลให้สินค้าและบริการของ 3 ประเทศที่ผ่านมาตรฐานของอียูสามารถส่งออกไปขายใน 28 ประเทศอียูได้อย่างเสรี โดยปราศจากกำแพงภาษีและระเบียบศุลกากรอื่นๆ เช่นเดียวกันกับที่สินค้าและบริการของอียูจะสามารถเข้ามาขายในยูเครน จอร์เจีย และมอลโดวา ได้ง่ายและราคาถูกมากขึ้น
ขณะที่ โฮเซ มานูเอล บาร์รอสโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประเมินว่าการบังคับใช้ภายใต้ข้อตกลงที่เกิดขึ้นจะช่วยส่งเสริมให้รายได้ของยูเครนเพิ่มขึ้น 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
“ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับประเทศของผม” ผู้นำยูเครน ระบุ ก่อนเน้นย้ำว่าข้อตกลงครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขใดที่จะเป็นอันตรายคุกคามรัสเซียแม้แต่น้อย โดยความเห็นดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการเจรจาสันติภาพระหว่างยูเครนกับรัสเซีย เพื่อยุติเหตุรุนแรงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในภาคตะวันออกซึ่งฝักใฝ่รัสเซีย
ทั้งนี้ ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย แสดงความเห็นผ่านสำนักข่าวรัสเซีย ระบุชัดว่า รัฐบาลเครมลินจะยังไม่มีมาตรการตอบโต้ใดๆ เนื่องจากต้องรอดูผลกระทบจากการบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าวเสียก่อน
อย่างไรก็ตาม กรีกอรีย์ คาราซิน รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า แม้การลงนามจะอยู่ภายในขอบเขตอำนาจอธิปไตยของยูเครนที่สามารถทำได้ กระนั้น ยูเครนก็ต้องเตรียมยอมรับผลลัพธ์ร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังลงนามข้อตกลงในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้ นอกจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการค้าแล้ว หลายฝ่ายยังจับตามองประเด็นด้านการปฏิรูปโครงสร้างและระบบเศรษฐกิจของยูเครนเพื่อให้ได้ตามระเบียบของอียู ซึ่งมีการกำหนดกรอบระยะเวลา 10 ปี เพื่อที่ยูเครนจะสามารถเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) เต็มตัว โดยรวมถึงการผ่อนคลายกฎกับนักลงทุนต่างชาติ และปราศจากการคอร์รัปชั่น ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับรัสเซีย







