
‘การต่อต้านคอร์รัปชั่นในเกาหลี’
โดย...เพียงออ วิไลย
โดย...เพียงออ วิไลย
ความตื่นตัวในการต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองในสังคมไทยขณะนี้เพราะดูเหมือนว่า “น่าจะหวังผลได้” มากกว่ายุคใดๆ และสังคมโดยรวมจะสามารถยกระดับความสะอาดโปร่งใสขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงมาถึงคำถามว่า ทำไมเกาหลีใต้จึงประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาการทุจริต และแม้กระทั่งผู้นำระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ จนถึงผู้นำประเทศ ก็มีอันต้องถูกเช็คบิลกันโดยไม่ละเว้น
ดังนั้น ในเบื้องต้นเราจึงมาว่าด้วยเรื่อง Corruption Perceptions Index (CPI) หรือ “ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์ปัญหาคอร์รัปชั่น” กันก่อนค่ะ ดัชนีนี้เป็นมาตรฐานการวัดค่าความโปร่งใสจากการทุจริตของประเทศ ที่จัดอันดับโดย “องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ” (Transparency International : TI) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งในประเทศเยอรมนี และได้เริ่มมีการจัดทำดัชนีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ประเทศใดมีค่าดัชนีชี้วัดสูง ตีความตามตัวเลขได้ว่า มีความโปร่งใสมาก และมีการคอร์รัปชั่นต่ำ ในทางกลับกัน หากประเทศใดมีค่าดัชนีชี้วัดต่ำ ประเทศนั้นมีความโปร่งใสน้อย และมีการคอร์รัปชั่นสูง ซึ่งเกาหลีใต้มีค่าดัชนีชี้วัดในลำดับ 40 กว่าๆ ของโลกมาแล้วหลายปี (ปี 2556 อยู่ในลำดับที่ 46) ในขณะที่ไทยเราเคยอยู่ในลำดับที่ 80 จนปีที่ผ่านมาหล่นไปอยู่ลำดับที่ 102 จาก 177 อันดับประเทศ...
เกาหลีใต้เคยเป็นประเทศหนึ่งที่ “วัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ” เป็นสิ่งที่อยู่คู่สังคมมาตั้งแต่ยุคโบราณ จนกระทั่งถึงวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง Crisis” ในปี 2540 ที่เริ่มต้นจากไทยและแผ่ขยายความแสบแซ่บทั่วเอเชีย เกาหลีก็ได้รับผลกระทบทางการเงินเช่นกัน บริษัทห้างร้านธนาคารล้มตายกันไปเยอะ ฐานะการเงินของประเทศที่กำลังรุ่งเรืองกลับถึงขั้นวิกฤต จนต้องกู้เงินจาก IMF มาประคองฐานะของประเทศ (เหมือนกับไทย) ในที่สุดพบว่า สาเหตุไม่ได้มาจากการทุจริตในภาคธุรกิจเอกชนเพียงอย่างเดียว แต่หน่วยงานของรัฐก็ร่วมวงคอร์รัปชั่นด้วย โดยการเอื้อเฟื้อให้สิทธิพิเศษ เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายกับภาคธุรกิจจนทำให้ภาคธุรกิจมีโครงสร้างทางการเงินที่อ่อนแอ มีหนี้เสียเยอะ และส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจของประเทศลดน้อยถอยลง รัฐบาลเกาหลีจึงได้เริ่มที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจใหม่เพื่อให้ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจกลับคืนมา ด้วยการแก้ไขกฏระเบียบและปรับปรุงวิธีปฏิบัติให้เกิดความโปร่งใส อีกทั้งได้เริ่มศึกษากฏหมายและแนวทางในการต่อต้านคอร์รัปชั่น จากนั้นความคิดของคนเกาหลีค่อยๆ เปลี่ยนไปจากประสบการณ์ที่เห็นผลร้ายนี้ แม้ว่า CPI ของเกาหลีใต้จะไม่อยู่อันดับต้นๆ แต่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จากความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและประชาชน
ความพยายามที่จะสร้างความโปร่งใสให้ประเทศเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 เมื่อ “คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชั่น???? ???????” ได้ก่อตั้งขึ้นมา โดยมีคณะกรรมการ 9 คน จาก 3 ฝ่าย คือ แต่งตั้งโดยจากประธานาธิบดี 3 คน โดยรัฐสภา 3 คน และโดยประธานศาลฎีกา 3 คน ต่อมาได้ยุบรวมเข้ากับ “คณะกรรมาธิการอิสระเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชั่น??????The Korea Independent Commission Against Corruption (KICAC)” ที่ตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งมีหน้าที่ทั้งเชิงรุกและเชิงรับในการที่จะขจัดปัญหาทุจริตและส่งเสริมให้สังคมมีจริยธรรมเพื่อความโปร่งใส ..
ภายหลังรัฐบาลได้กำหนดให้การต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นวาระสำคัญของชาติจึงได้จัดตั้ง “คณะกรรมาธิการสิทธิพลเมืองและการต่อต้านคอร์รัปชั่น???????The AntiCorruption & Civil Rights Commission (ACRC)” ขึ้น ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจมากกว่าเดิม มีกลยุทธ์ในการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้ได้ผล ซึ่งถูกออกแบบโปรแกรมมาอย่างมีประสิทธิภาพ และปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ อยู่ที่วิธีการเร่งเร้าจิตสำนึกของประชาชน (ต่อฉบับหน้า)







