
อร่อยร้อยลิ้น ปี 2 ตอนที่ 15
เขียนถึงแต่อาหารคาวมาตลอด สัปดาห์นี้ขอแนะนำร้านขนมอร่อยๆ กันบ้าง แต่ไม่ใช่ขนมญี่ปุ่นนะครับ
เขียนถึงแต่อาหารคาวมาตลอด สัปดาห์นี้ขอแนะนำร้านขนมอร่อยๆ กันบ้าง แต่ไม่ใช่ขนมญี่ปุ่นนะครับ เพราะพอดีเห็นเจ้าลูกชายคนเล็กนั่งกินขนม Macaron อย่างเอร็ดอร่อย เลยนึกขึ้นมาได้ว่าลูกสาวคนโตก็ชื่นชอบ Macaron มากเช่นเดียวกัน หลายปีก่อนไปตระเวนชิมในโตเกียวหลายต่อหลายร้านจนลูกสาวพอจะแยกความแตกต่างและจัดอันดับความอร่อยของแต่ละร้านได้ บ่อยครั้งที่ผมยังต้องหอบหิ้วกลับมาฝากเพราะยังหาร้านที่ถูกใจในเมืองไทยไม่ได้ ถ้าข่าวที่ได้ยินมาว่า Laduree กำลังจะมาเปิดที่เมืองไทยไม่ใช่ข่าวลือ ต่อแต่นี้จะได้ไม่ต้องไปหอบหิ้วถึงฮ่องกงหรือญี่ปุ่นแล้ว แต่อย่างไรก็ตามหากจะหาร้านขนมอบขนมเค้กให้อร่อยถึงขั้นอื้อฮืออ้าฮาแล้วละก็ ที่เมืองไทยก็ยังคงหายากลำบากอยู่ อันนี้ผมไม่ทราบเลยจริงๆ ว่ามาจากสาเหตุอะไร จะเป็นเพราะฝีมือเราสู้ฝรั่งไม่ได้หรือวัตถุดิบของเราไม่ดีเท่า แต่ที่ญี่ปุ่นนี่ผมยอมรับเลยว่าสู้ฝรั่งได้สบายทั้งร้านอาหารและขนม ด้วยเหตุนี้บรรดาร้านชื่อดังระดับโลกจึงนิยมมาเปิดสาขาที่ญี่ปุ่นกัน ไม่ใช่เพียงแค่คนญี่ปุ่นมีกำลังซื้อสูงเท่านั้นแต่เป็นเพราะความมุ่งมั่นที่จะรักษาคุณภาพและรสชาติให้เหมือนต้นทางให้มากที่สุดอีกด้วย วันนี้เลยจะแนะนำร้านขนมฝรั่งที่คนญี่ปุ่นนิยมชมชอบ แถมมีขนม Macaron อร่อยให้ลองชิมอีกด้วย
ถ้าอยากทานของอร่อยๆ ดีๆ ที่โตเกียวไม่ว่าจะคาวหรือหวานให้ไปย่านกินซ่าครับ ร้านอาหารดีๆ ที่ผมแนะนำในคอลัมน์นี้อยู่ย่านกินซ่าเยอะกว่าเพื่อน ร้าน Dalloyau จากฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในร้านที่มิควรพลาดเป็นอันขาด โดยเฉพาะสาวก Macaron เพราะตระกูล Dalloyau เป็นผู้ริเริ่มและเสิร์ฟขนมชนิดนี้เป็นครั้งแรกในราชสำนักแวร์ซายส์ ตั้งแต่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถ้านึกไม่ออกว่านานแค่ไหนให้ไปค้นประวัติศาสตร์ไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชดู นอกจากนี้ยังมีขนมขึ้นชื่ออีกหลายตัว ที่ดังสุดคือ Opera ช็อกโกแลตเค้กหลายเลเยอร์ เนื้อเค้กหนานุ่มสลับรสชาติกันทั้งกาแฟ อัลมอนด์และช็อกโกแลต ชั้นบนสุดเป็นแผ่นช็อกโกแลตประดับด้วยแผ่นทองคำเปลวชิ้นเล็กช่วยขับเน้นคุณค่าของเค้กชิ้นนี้ให้ดูดียิ่งขึ้น รสชาติหวานนำที่แอบซ่อนรสขมไว้เล็กน้อยทำให้เค้กชิ้นนี้ถูกอกถูกใจสาวน้อยสาวใหญ่แดนอาทิตย์อุทัย ดูได้จากแทบจะทุกโต๊ะต้องสั่งมาทานกัน จะซื้อกลับบ้านหรือซื้อเป็นของฝากเขาก็มีชิ้นใหญ่ให้ด้วย อีกชิ้นเป็น Chucream รูปทรงสี่เหลี่ยมเรียกว่า Chu Cubic แปลกตาดีรสชาติก็ดีทั้งเนื้อแป้งและไส้ครีมอร่อยลืมอ้วนกันเลย ส่วน Macaron นี่ต้องห้ามพลาดจะสั่งทานในร้านก็ขึ้นไปที่ชั้น 2 หรือซื้อกลับก็ที่ชั้นล่างมีเคาน์เตอร์ยาวให้เลือกทั้งขนมเค้กและ Macaron สารพัดรส ร้าน Dalloyau อยู่กินซ่าบล็อก6 ใกล้ๆ กับร้าน Uniqlo ไม่ไกลจากสี่แยกกินซ่าครับ
ร้านถัดมาถ้าพูดถึง Macaron นักชิมชาวไทยต้องยกให้ Laduree อีกหนึ่งแบรนด์จากฝรั่งเศสที่มาบุกตลาดญี่ปุ่น ด้วยรสชาติที่หวานกลมกล่อมและความหลากหลายที่มีให้เลือก ทั้งหวานมัน หวานเปรี้ยว หวานหอม ชอบแบบไหนก็เลือกกันได้ ร้าน Laduree อยู่บนชั้น 2 ของห้าง Mitsukoshi ตรงสี่แยกกินซ่า ถ้าจะแค่ซื้อกลับคิวไม่ค่อยยาว แต่ถ้าจะนั่งจิบชาชิมขนมก็รอนิด ยิ่งเสาร์อาทิตย์นี่ต้องรอนานหน่อย แต่ก็คุ้มค่าถ้ารอแล้วได้สั่งขนม St Honore Rose et Framboise แป้งพัฟฟ์บนครีมสดรสเบอร์รี่ที่มีชูครีมลูกเล็กๆ สอดไส้ครีมประดับอยู่โดยรอบ มานั่งทานและแน่นอนว่าต้องมี Macaron รสที่ชื่นชอบด้วยอีกสัก 34 ชิ้น พร้อมกับชาหอมกรุ่นในกาเงิน เสียดายวันที่ไป La Fraise เค้กรูปสตรอเบอร์รี่สีแดงสดหมดอดชิมเลย บรรยากาศในร้านก็หวานๆ สีพาสเทลตามแบบฉบับ Laduree เป๊ะยิ่งถ้าได้นั่งตรงกระจกมองดูผู้คนข้ามถนนไปมา ยิ่งทำให้คุณค่าของการนั่งทานในร้านเพิ่มพูนขึ้นอีกเยอะ
จากห้าง Mitsukoshi เดินขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านห้าง Matsuya (บล็อก 3) จนสุดบล็อก 2 แล้วเลี้ยวขวาตรงทางที่จะเข้าไปโรงแรม Mercure จะผ่านตึกทรงโรมันมีเสามีโค้งให้เห็นเด่นชัด นั่นแหละครับร้านขนมฝรั่งเศสสัญชาติญี่ปุ่นชื่อ Henry Charpantier ตอนแรกๆ ผมก็สับสนว่าจะเป็น Henry เดียวกันกับผู้คิดค้น Crepes Suzette หรือเปล่า เพราะในร้านก็มีเมนูเด่นในชื่อเดียวกันด้วย แต่สืบค้นไปจึงทราบว่าร้านนี้ญี่ปุ่นแท้ๆ มาจากจังหวัดเฮียวโกะ ไม่ได้ข้ามทวีปมาแต่อย่างใดถ้าใครไม่รู้จักร้านนี้มาก่อนผมมั่นใจเลยว่าไม่กล้าเข้าไป เพราะมองจากภายนอกจะไม่รู้เลยว่าเป็นร้านขนม ดูเหมือน Gallery หรือร้านอาหารหรูๆ มากกว่า ยิ่งพอเดินเข้าไปข้างในแล้วยิ่งไม่เหมือนร้านขนม เพราะบรรยากาศและการตกแต่งเหมือนอยู่ใน Gallery งานศิลป์ มีตู้โชว์ขนมอยู่ 2 ฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็นพวกเค้กมีให้เลือกสารพัดทั้ง Shortcake, MilleFeuille, W Cheesecakeแต่ตัวที่โดดเด่นที่สุดของร้านนี้คือ Tarte Au Citron ทาร์ตมะนาวรสหวานซ่อนเปรี้ยวอร่อยสุดๆ ที่ต้องชิมอีกฝั่งเป็นเคาน์เตอร์ของฝากมีทั้งคุกกี้ บิสกิต Macaron โดยเฉพาะขนม Les Financiers ของที่นี่ถือว่าสุดยอดมาก เพราะความอร่อยที่ได้จากการคัดวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันโดยเฉพาะเนยที่ผลิตจากนมวัวฮอกไกโด ซึ่งมี Fat content สูงเทียบเท่ากับนมจากแคว้นนอร์มังดีของฝรั่งเศสบวกกับความมุ่งมั่นที่จะทำของอร่อยให้ลูกค้าได้ทานคือเคล็ดลับความสำเร็จของร้านนี้ รวมทั้งขนม Madeleines ก็เป็นของฝากขึ้นชื่อคู่กัน ใครอยากทานที่ร้าน เขาก็มีที่นั่งจิบชาทานขนมไว้บริการที่ชั้นใต้ดิน เมนูต้องสั่งคือ Crepes Suzette แผ่นเครปราดซอสคาราเมลเจือน้ำส้มสูตรเดียวกันกับคุณ Henry ผู้คิดค้น แค่นั่งดูเจ้าหน้าที่มาปรุงก็สนุกแล้วโดยเฉพาะตอนเอา Liqueur ส้มในแก้วบรั่นดีมาลนไฟจนเกิดเปลวไฟสีฟ้าแล้วราดลงบนหน้าเครป ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชอบใจกันมาก รสชาติเครปจานนี้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อร่อยเกินบรรยายครับ ร้านนี้เหมาะกับการพาแฟนมานั่งทานเพราะบรรยากาศหรูหรา ภาชนะใส่ขนมที่เสิร์ฟมาก็ดูดีมีชาติตระกูล ถ้าให้จัดลำดับความหรูของทั้ง 3 ร้านก็เรียงจากล่างขึ้นบนคือ Henry Charpantier มาเป็นอันดับแรก ตามด้วย Laduree และปิดท้ายที่ Dalloyau แต่ถ้าจัดลำดับความอร่อยนี่บอกตรงๆ ว่าจัดไม่ถูกเพราะแต่ละร้านพอฟัดพอเหวี่ยงกันครับ







