
บ.น้ำมันแห่ขนคนหนีอีรักกลุ่มติดอาวุธลุยโรงกลั่นไม่หยุด
บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในอิรักรวมถึงเอ็กซอนโมบิล และบีพี เริ่มที่จะอพยพเจ้าหน้าที่ของบริษัทออกจากอิรักแล้ว
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในอิรักรวมถึงเอ็กซอนโมบิล และบีพี เริ่มที่จะอพยพเจ้าหน้าที่ของบริษัทออกจากอิรักแล้ว ภายหลังจากที่กลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลเวนต์ (ไอเอสไอแอล) ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่ได้เข้ายึดเมืองเบยจิทางตอนเหนือของประเทศ และพยายามต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอิรัก เพื่อเข้าควบคุมโรงกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในเมืองเบยจิอีกด้วย
แหล่งข่าวของเอ็กซอนในอิรักเปิดเผยว่า ทางบริษัทได้อพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกจากแหล่งน้ำมันเวสต์ กูร์นา เฟส 1 ทางตอนใต้ของอิรักแล้ว ด้านของ บ๊อบ ดัดเลย์ ประธานบริหารของบีพี ก็เปิดเผยว่า ได้อพยพเจ้าหน้าที่ที่ไม่มีความจำเป็นออกจากแหล่งน้ำมันรูไมลาทางตอนใต้ของประเทศแล้ว เช่นเดียวกันกับ ปิโตรเลียม เนชั่นแนล เบอร์ฮาด ของมาเลเซีย (ปิโตรนาส) ที่เปิดเผยว่า ได้ย้ายลูกจ้างชาวอิรักจำนวน 28 คน จากทั้งหมด 166 คน ไปอยู่ที่ดูไบแล้ว ขณะที่ รอยัล ดัตช์ เชลล์ บริษัทน้ำมันสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า แม้จะยังไม่ได้สั่งให้อพยพเจ้าหน้าที่ แต่ก็เตรียมพร้อมกับสถานการณ์อยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการอพยพพนักงานบางส่วนของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ แต่บรรดาบริษัทต่างๆ ยืนยันว่ายังคงผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และมีสัญญาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่การผลิตน้ำมันในอิรักจะได้รับผลกระทบจากการยึดพื้นที่ของกลุ่มไอเอสไอแอล และจนถึงขณะนี้การผลิตน้ำมันและการส่งออกน้ำมันจากอิรักยังไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากพื้นที่ผลิตและขุดเจาะน้ำมันหลักๆ อยู่ทางภาคใต้ของประเทศ
กระนั้นก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า หากเหตุการณ์ความรุนแรงในอิรักรุนแรงมากยิ่งขึ้น อาจจะทำให้บริษัทน้ำมันพิจารณาถึงการตั้งบริษัทอยู่ภายในอิรักก็เป็นได้ โดย เอ็ด มอร์ส หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านน้ำมันของซิตี้ ระบุว่า การเข้ายึดพื้นที่ของกลุ่มก่อการร้ายจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันของอิรักในอนาคตและความสมดุลของน้ำมันโลก
“ยิ่งเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนานเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้เกิดความแตกแยกมากเท่านั้น และจะทำให้เป็นเรื่องยากมากขึ้นที่อิรักจะสามารถคงระดับการผลิตน้ำมันได้ที่ 6 ล้านบาร์เรล หรือมากกว่าต่อวันได้ ซึ่งนี่จะมีผลต่อตลาดน้ำมันอย่างมาก โดยเฉพาะในเวลาที่ซัพพลายน้ำมันในหลายประเทศหยุดชะงักอย่างเช่นในลิเบีย” มอร์ส กล่าว
ขณะเดียวกัน ทางประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากบรรดา สมาชิกในสภาคองเกรส เนื่องจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐมีความต้องการให้นายกรัฐมนตรี นูรี อัล มาลิกี ของอิรัก ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่าผู้นำอิรักล้มเหลวในการแสดงภาวะผู้นำและสร้างเสถียรภาพในประเทศที่อยู่ในความวุ่นวายได้
ด้านของอิรักได้ร้องขอให้ทางสหรัฐใช้ปฏิบัติการทางอากาศโจมตีกลุ่มไอเอสไอแอลที่เข้ายึดทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งทางผู้นำสหรัฐยังไม่ได้มีการตัดสินใจใดๆ ออกมา ทว่าเจ้าหน้าที่ของซาอุดิอาระเบียได้กล่าวกับรอยเตอร์ส ว่า การแทรกแซงจากภายนอกจะไม่ได้ช่วยให้เกิดประโยชน์ใดๆ พร้อมเสริมว่า ทั้งสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ได้ตกลงกับทางซาอุดิอาระเบียแล้วว่าการเจรจาและการแก้ไขด้วยการเมืองจะเป็นทางออกสำหรับอิรัก







