posttoday
อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

15 มิถุนายน 2557

ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปีมะโว้ คงจำกันได้ว่าสมัยนั้นซีอิ๊วญี่ปุ่นยี่ห้อKikkoman

หมายเหตุบรรณาธิการ : พัฒนวีร์ เป็นนามปากกาของนักเขียนคู่ ที่คลุกคลีกับญี่ปุ่นมานาน หนึ่งในนั้นเคยศึกษาที่ญี่ปุ่น จบมาก็ทำงานกับญี่ปุ่น สุดท้ายได้มาเปิดบริษัท เจแพลน ฮอลิเดย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวแดนซากุระ

ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปีมะโว้ คงจำกันได้ว่าสมัยนั้นซีอิ๊วญี่ปุ่นยี่ห้อKikkoman มักจะเป็นของคู่กันกับอาหารญี่ปุ่นในยุคก่อนปี 2000 เพราะไปร้านไหนก็ต้องมีขวดคิกโคมังวางอยู่บนโต๊ะเสมอ จนคำว่าคิกโคมังแทบจะกลายเป็นสามัญนามที่ใช้เรียกซีอิ๊วญี่ปุ่นไปเลย มาระยะหลังคำว่าโชยุถึงเริ่มมานิยมและแทนที่คิกโคมังไปในที่สุด แต่คิกโคมังก็ยังถือว่าเป็นผู้เล่นชั้นนำในตลาดซีอิ๊วระดับโลกเพราะไปที่ไหนก็เจอ แม้แต่ร้านอาหารจีนในบางประเทศก็ยังเจอซอสคิกโคมังเลย แต่พอดีวันนี้ไม่ได้จะมาคุยเรื่องซีอิ๊วเป็นหลัก ที่ต้องพาดพิงถึง Kikkoman ก็เพราะผมไปเจอร้านอาหารร้านหนึ่งที่มีคิกโคมังเป็นเจ้าของ เลยต้องไปลองทานดู ร้านนี้อยู่ที่โตเกียวแถวย่านกินซ่าชื่อร้านคล้ายๆกันกับชื่อย่านคือ Colza จำง่ายดี

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

ร้าน Colza เป็นร้านเทปปังยากิที่ราคาย่อมเยา โดยเฉพาะมื้อกลางวันนี่สามารถทานอาหารชุด (Set menu) ได้ในราคาเริ่มต้นแค่1,500 เยนเท่านั้น ในชุดก็ประกอบด้วยสลัดเทปปังยากิสเต๊กน้ำหนัก 100 กรัม ข้าว ผักดองซุปและกาแฟ แต่เป็นเนื้อออสเตรเลียนะครับถ้าจะเพิ่มน้ำหนักของเนื้อหรืออยากเปลี่ยนไปทานเนื้อญี่ปุ่นก็เพิ่มเงินได้ แต่เนื้อญี่ปุ่นของอาหารชุดจะจำกัดอยู่แค่ Karubi ถ้าอยากทานเนื้อญี่ปุ่นส่วนดีๆ อย่าง Sirloin หรือ Fillet ก็ต้องขยับไปทาน Course menu ซึ่งราคาก็จะขยับไปเริ่มต้นที่ 3,500 เยนสำหรับเนื้อออสเตรเลีย และ 7,000 เยนสำหรับเนื้อญี่ปุ่นปริมาณ 100 กรัมทั้งคู่ หากต้องการเพิ่มปริมาณเนื้อหรือคุณภาพดีขึ้นก็สามารถเพิ่มเงินอัพเกรดได้เช่นกัน แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจะโดนหลอกเอาเนื้อที่ไม่มีคุณภาพมาขายเพราะร้านนี้เขามีหมายเลข Certificate แขวนโชว์ไว้ให้เห็นเด่นชัด อย่างวันที่ผมไปมีเนื้อจากแหล่งผลิตที่ต่างกันคือ Sirloin เกรดดีจากจังหวัดชิมาเนะและเกรดพรีเมียมจากจังหวัดชิซูโอกะFillet เกรดดีจากจังหวัดคาโกชิมะและเกรดพรีเมี่ยมจากจังหวัดมิยากิ ตรงนี้เป็นการตอกย้ำว่าเนื้ออร่อยและคุณภาพดีไม่จำเป็นต้องมาจากโกเบหรือมัตสึซากะเท่านั้น เราสามารถทานเนื้อดีๆ ในระดับใกล้เคียงกันได้ในราคาที่ต่ำกว่าถ้าไม่ยึดติดกับแบรนด์จนเกินไปคอร์สอาหารของมื้อกลางวันมีให้เลือก 2 แบบ ดูรายละเอียดแล้วต่างกันที่ราคาและ First Course ถ้าคอร์สถูกได้ปลา คอร์สแพงได้กุ้งและหอยเชลล์ ผมเลือกทาน Course A ซึ่งราคาถูกกว่าCourse B อยู่ที่1,500 เยน และเลือกSirloinเนื้อญี่ปุ่นราคา7,000 เยนแล้วเพิ่มปริมาณเป็น 150 กรัม หลงจ้งจ่ายหัวละ 9,500 เยน แถมเครื่องดื่มฟรีอีก1 แก้วเลือกได้ว่าเอาเป็นไวน์ น้ำผลไม้หรือชาอู่หลง

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

เริ่มต้นด้วยออร์เดิร์ฟเป็น HotaruIka (ปลาหมึกเรืองแสง) ตัวจ้อยเสิร์ฟพร้อมอโวคาโดและถั่วบดราดซอสวาซาบิ ปกติผมเคยทานแต่ปลาหมึกดองแต่รอบนี้เป็นปลาหมึกต้มซีอิ๊วมีรสชาติในตัว ยิ่งได้ซอสวาซาบิมาเพิ่มรสจัดจ้านขึ้นทำให้ปลาหมึกน้อย 2 ตัวหมดไปจากจานอย่างรวดเร็ว อโวคาโดกับถั่วบดก็เข้ากันดีรสหวานมันของวัตถุดิบทั้งสองส่งเสริมกันและกันจานถัดมาเป็นปลาคลุกแป้งย่างบนเตาเทปปังซึ่งแปลกกว่าร้านอื่นๆที่เคยทานมาตรงคลุกแป้งนี่แหละ เนื้อปลาสดนี่ทำอะไรก็อร่อยได้พ่อครัวใจเย็นค่อยๆ ย่างๆ สุกกำลังดีราดครีมซอสรสอมเปรี้ยวอร่อยสุดๆ เลยครับเมนคอร์สในนี้ผมได้ทานเนื้อจากชิมาเนะ ส่วนของลูกสาวและภรรยาซึ่งสั่ง Fillet ได้ทานเนื้อจากคาโกชิมะ ตอนแรกที่เห็นชิ้นเนื้อแอบผิดหวังเล็กน้อยเพราะหน้าตาไม่สะสวยเท่าไหร่ ตอนย่างเนื้อเลยไม่ค่อยตื่นเต้นแต่ไปประทับใจตรงผักนี่แหละโดยเฉพาะมัน(Potato) ที่พ่อครัวเอาหัวมันมาซอยกับเครื่องให้ดูตรงหน้า แล้วก็ค่อยๆ บรรจงย่างแล้วปั้นเป็นแผ่นเหมือนโอโคโนมิยากิ อีกตัวที่น่าดูคือหัวบุกที่ทำมาเป็นรูปปลาตัวเล็กๆ พอย่างจนร้อนแล้วราดซอสลงไปมันก็กระเด้งเหมือนปลาโดนน้ำร้อน เด็กๆ ชอบใจกันใหญ่ พอเอาทั้งเนื้อและเครื่องเคียงมาวางรวมกันในจานบอกตรงๆ เลยว่าไม่ประทับใจเลยเพราะสีสันมันกลมกลืนไปหมด แต่พอทานเนื้อชิ้นแรกเข้าไปเท่านั้นแหละครับ ไอ้เครื่องแต่งตัวต่างๆมันไม่สำคัญแล้วครับ เนื้อนุ่มอร่อยมากไม่เลี่ยนเลยเพราะปริมาณไขมันไม่ได้เยอะจนเกินไป ผมกะๆ ด้วยสายตาและรสสัมผัสน่าจะเป็นเนื้อเกรด A3 ซึ่งเป็นเกรดที่ผมชอบทานมากกว่า A4 หรือ A5 อันนี้แล้วแต่ความชอบนะครับเพราะA4 และ A5 ย่อมต้องดีกว่าแต่ด้วยอายุขนาดผม การลดไขมันลงบ้างก็น่าจะดีกับสุขภาพมากกว่าผมทานเนื้อชิ้นแรก โดยไม่ต้องจิ้มอะไรเพื่อทดสอบรสชาติที่แท้จริงชิ้นที่สองถึงไล่จิ้มไปเรื่อยเพราะที่ร้านColza นี้เขาเด่นเรื่องซอสมีซอสให้เลือกจิ้ม 3 ชนิด คือ H+P คือHorseradish & Ponzu, S+R หมายถึง Soy Sauce & Grated Radish และ M ย่อมาจากMoromi ที่เป็น Original Soy sauce ของKikkoman แน่นอนว่ารสชาติย่อมแตกต่างจากโชยุธรรมดาที่เราทานกันในร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป เป็นการทานเนื้อจิ้มซอสที่อร่อยมาก เนื้อก็นุ่มซอสก็หอมและกลมกล่อมไม่เค็มจนเกินควรให้ความอร่อยที่หาจากร้านอื่นไม่ได้นอกจากนี้ที่นี่เขายังมีเมนูพิเศษคือ Amiyaki หรือเนื้อย่างบนตะแกรง โดยนำเนื้อไปคลุกกับ Momori แล้วค่อยๆ ย่างให้ซีอิ๊วสดซึมเข้าเนื้อ เสียดายมาทราบทีหลังว่ามีเมนูนี้ด้วยเลยอดชิม

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

เมนูปิดท้ายแต่ประทับใจที่สุดคือของหวานครับ เป็นไอศกรีมเทปปังยากิ ตอนแรกยังเข้าใจว่าคงเหมือนของร้าน Cold Stone ที่คลุกไอศกรีมบนแผ่นหินเย็นๆ แต่ไม่ใช่เพราะเขาเอาแผ่นเครปมาย่างบนเตาแล้วเอาฟรุตสลัดมาผัด สักพักก็เอาก้อนไอศกรีมที่ดูแล้วน่าจะเย็นจัดจนแข็งคล้ายก้อนเนยลงมาวางบนเตาเทปปังร้อนๆ เลยครับ แต่วางแป๊บเดียวแล้วก็ตักไปวางซ้อนบนแผ่นเครปในจาน จากนั้นก็ผัดไอศกรีมที่ละลายให้คลุกเคล้ากับฟรุตสลัดแล้วราดลงในจาน เป็นของหวานที่สุดจะเลิศเลยครับ เนื้อไอศกรีมที่เริ่มอ่อนตัวลงทานกับแผ่นเครปและซอสครีมฟรุตสลัดอุ่นๆ มันให้ความอร่อยที่ไม่เหมือนใคร เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ คุ้มค่ามากครับกับงบประมาณเกือบหมื่นเยนแลกกับความอร่อยของวัตถุดิบชั้นดีและซอสชั้นเยี่ยมจาก Kikkoman

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

ร้าน Colza อยู่ที่ชั้นใต้ดินของตึกNogakudo กินซ่าบล็อก 6 ถ้าตั้งต้นที่สี่แยกกินซ่าตรงที่มีห้าง Mitsukoshi ให้มองหาป้อมตำรวจที่อยู่หน้าตึก San-Ai วางตำแหน่งให้ตึกSan-Ai อยู่ซ้ายและป้อมตำรวจอยู่ขวา เดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆผ่านร้าน Dior ร้าน Hermes ไปจนเจอตึก Sony ตรงหัวมุมสี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายตรงขึ้นไป ข้ามถนนซอยแรกก็ถึงแล้วครับ

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน14)

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง