
ไทยค้านสนธิสัญญาลงโทษบังคับใช้แรงงาน
ไทยค้านสนธิสัญญาฉบับใหม่ว่าด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานบังคับใช้แรงงานขององค์การไอแอลโอ
ไทยค้านสนธิสัญญาฉบับใหม่ว่าด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานบังคับใช้แรงงานขององค์การไอแอลโอ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประเทศไทยคัดค้านสนธิสัญญาของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ภายใต้สหประชาชาติ ว่าด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานบังคับใช้แรงงาน ซึ่งกระทบต่อผู้เสียหายราว 21 ล้านคนทั่วโลก
ทั้งนี้ องค์การไอแอลโอ ระบุว่า ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมากว่าครึ่งจากประมาณการ 21 ล้านคนดังกล่าวเป็นผู้หญิงและเด็ก ซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างผิดกฎหมายจากการบังคับใช้แรงงานดังกล่าวได้มากถึงราว 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากธุรกิจการเกษตร การประมง เหมืองแร่ การก่อสร้าง อุตสาหกรรมบริการภายในประเทศและอุตสาหกรรมการให้บริการทางเพศ
สนธิสัญญาฉบับใหม่นี้ เป็นพิธีสารเพิ่มเติมของอนุสัญญาว่าด้วยการเกณฑ์แรงงานหรือแรงงานบังคับ ค.ศ. 1930 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะยุติการบังคับใช้แรงงาน โดยกำหนดให้ประเทศต่างๆ ระบุและปลดปล่อยเหยื่อผู้เสียหาย พร้อมทั้งต้องสร้างความมั่นใจด้วยว่า ผู้เสียหายได้รับการชดเชย และผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษ
ทั้งนี้ เดวิน การ์เนอร์ ประธานคณะกรรมาธิการการบังคับใช้แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมระหว่างการประชุมประจำปีระดับนานาชาติของไอโอแอลว่า ข้อตกลงดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแท้จริงของประชาคมโลก ในการกำจัดการบังคับใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่คัดค้านสนธิสัญญญาฉบับดังกล่าว ขณะที่ประเทศบาห์เรน บรูไน อิหร่าน คูเวต โอมาร์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และ เยเมน งดออกเสียงในเรื่องนี้ ทั้งนี้ ไอโอแอลคาดว่า ในตะวันออกกล่างน่าจะมีแรงงานประมาณ 6 แสนคน ถูกบังคับใช้แรงงาน
ทั้งนี้ จากการศึกษาของไอโอแอลยังพบด้วยว่า ประเทศไทยประสบปัญหาการบังคับใช้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและการประมง รวมทั้งแรงงานภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานที่อพยพมาจากประเทศพม่า อินโดนีเซีย และบังคลาเทศ ซึ่งการใช้สนธิสัญญาว่าด้วยการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานบังคับใช้แรงงานจะช่วยป้องกันไม่ให้เหยื่อถูกกระทำทารุณกรรมตามความผิดในคดีอาญา







