
ตาลีบันเบื้องหลังก่อเหตุถล่มสนามบินปากีสถาน
เอพี รายงานว่า กลุ่มกบฏตาลีบันได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่กลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีท่าอากาศยาน จินนาห์ ในนครการาจีของปากีสถาน อย่างอุกอาจ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน โดย ชาฮิดุลลาห์ ชาฮิด โฆษกประจำกลุ่มก่อความไม่สงบ เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อแก้แค้นการสังหารผู้นำด้วยเครื่องบินไร้คนขับ (โดรน) ของสหรัฐ บริเวณฐานที่มั่นใกล้ชายแดนอัฟกานิสถาน
เอพี รายงานว่า กลุ่มกบฏตาลีบันได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่กลุ่มติดอาวุธเข้าโจมตีท่าอากาศยาน จินนาห์ ในนครการาจีของปากีสถาน อย่างอุกอาจ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 28 คน โดย ชาฮิดุลลาห์ ชาฮิด โฆษกประจำกลุ่มก่อความไม่สงบ เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อแก้แค้นการสังหารผู้นำด้วยเครื่องบินไร้คนขับ (โดรน) ของสหรัฐ บริเวณฐานที่มั่นใกล้ชายแดนอัฟกานิสถาน
ชาฮิดุลลาห์ เปิดเผยด้วยว่า เป้าหมายหลักของปฏิบัติการในครั้งนี้คือการจี้เครื่องบินโดยสาร
"เป้าหมายหลักของการโจมตีคือการสร้างความเสียหายให้กับรัฐบาลปากีสถาน รวมถึงการจี้เครื่องบินและทำลายฐานที่มั่นของรัฐ" ชาฮิดุลลาห์ กล่าว พร้อมเสริมว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการเตือนให้รัฐบาลปากีสถานเตรียมรับมือกับการโจมตีที่รุนแรงกว่านี้
ทั้งนี้ เหตุการณ์การโจมตีสนามบินดังกล่าวเริ่มขึ้นช่วงดึกของวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยกลุ่มติดอาวุธ่ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปบริเวณอาคารผู้โดยสารวีไอพี พร้อมเปิดฉากโจมตีเจ้าหน้าที่ด้วยปืนกลและเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี
การต่อสู้ยืดเยื้อกว่า 5 ชั่วโมง ก่อน เจ้าหน้าที่จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ยืนยันตรงกันว่า เห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วสนามบิน
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 28 คน เป็นฝ่ายกลุ่มตาลีบัน 10 คน โดย 7 คน ถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิต ขณะที่อีก 3 คน เสียชีวิตจากการที่กลุ่มตาลีบันได้ระเบิดพลีชีพเพื่อก่อความเสียหายด้วย นอกจากนี้ยังมีพลเรือนเสียชีวิตอีก 10 คน กระนั้นไม่มีรายงานความเสียหายของเครื่องบินพาณิชย์ที่จอดอยู่ที่สนามบินแต่อย่างใด
ด้าน รอยเตอร์ส เสนอรายงานเชิงวิเคราะห์ว่า กลุ่มติดอาวุธต้องได้รับการฝึกมาอย่างดีและเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้ที่ยืดเยื้อ โดยในเป้สะพายหลังของมือระเบิดปรากฏทั้งอาหารแห้ง น้ำ และเครื่องกระสุน
ก่อนหน้านี้ กลุ่มตาลีบันเคยบุกโจมตีฐานทัพเรือในนครการาจีมาแล้ว และสามารถยึดไว้ได้นานถึง 18 ชั่วโมง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนั้น 10 คน และเป็นการสร้างความอับอายให้กับกองทัพเรือปากีสถานเป็นอย่างมาก







