posttoday
อินโดจ้องฉวยทุนนอกสิงค์โปร์ลั่นคว่ำบาตรไทย

อินโดจ้องฉวยทุนนอกสิงค์โปร์ลั่นคว่ำบาตรไทย

28 พฤษภาคม 2557

เซอร์โย บัมบัง ซูลิสโต ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย (คาดิน)

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เซอร์โย บัมบัง ซูลิสโต ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย (คาดิน) กล่าวว่า อินโดนีเซียควรฉวยโอกาสในช่วงที่ไทยกำลังประสบกับความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ เพื่อใช้ในการดึงดูดนักลงทุนที่อยู่ในไทยให้ย้ายมาลงทุนยังประเทศอินโดนีเซียแทน เนื่องจากในเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่อินโดนีเซียมีความน่าสนใจที่จะดึงดูดนักลงทุนที่อยู่ในไทย เพราะมิเช่นนั้นแล้ว นักลงทุนเหล่านี้จะย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ แทน เช่น เวียดนามและฟิลิปปินส์

“วิกฤตการเมืองที่ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2006 กลายเป็นผลดีต่ออินโดนีเซีย ถ้าหากประเทศสามารถดึงดูดนักลงทุนที่ทำธุรกิจและหาลู่ทางการลงทุนในไทยให้เข้ามาในอินโดนีเซียได้” เซอร์โย บัมบัง ซูลิสโต กล่าว พร้อมเสริมว่า คู่แข่งทางเศรษฐกิจรายใหญ่ของอินโดนีเซีย คือ ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย

นอกจากนี้ ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย กล่าวต่อว่า แม้ปัจจุบันการเมืองในประเทศจะเผชิญกับความไม่แน่นอนอยู่บ้าง โดยเฉพาะการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีขึ้นในเดือน ก.ค.นี้ แต่สถานการณ์การเมืองในภาพรวมก็ยังสามารถควบคุมได้

ขณะที่ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปฏิกิริยาของรัฐบาลต่างชาติที่มีต่อการเข้าควบคุมอำนาจของทหารก็มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุด เค. ซุนมูกัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลสิงคโปร์จะไม่ออกมาตรการคว่ำบาตรใดๆ ต่อไทย รวมทั้งไม่น่าจะถอนความร่วมมือทางทหารกับไทยด้วย เนื่องจากสิงคโปร์เคารพกระบวนการภายในประเทศของไทย และเห็นควรว่าปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานจำเป็นต้องแก้ไขโดยคนไทยด้วยกันเอง เพื่อนำเสถียรภาพกลับคืนสู่ประเทศ

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่จะพูดคุยถึงเรื่องการคว่ำบาตรกับไทย ด้านสหรัฐเองก็มีมุมมองของตนเอง” ซุนมูกัม ระบุ โดยได้อ้างถึงความเคลื่อนไหวของสหรัฐที่ระงับความช่วยเหลือทางการทหารแก่ไทย และยกเลิกการซ้อมรบ รวมถึงยกเลิกการเดินทางมาไทย หลังจากที่กองทัพไทยได้ก่อการรัฐประหาร

ด้าน นาน ขิ่น ฮเว มินห์ สมาชิกคณะบริหารกลางของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ได้เปรียบเทียบการเข้ายึดอำนาจของกองทัพไทยและกองทัพพม่าว่ามีความแตกต่างกัน โดยระบุว่า ในส่วนของไทยนั้นเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว กองทัพจะคืนอำนาจให้กับประชาชน ทว่าในพม่ากับแตกต่างออกไป

ในขณะเดียวกัน ฮลา ซเว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคสหภาพเพื่อเอกภาพและการพัฒนา (ยูเอสดีพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล ระบุว่า โดยปกติการทำรัฐประหารไม่ใช่สิ่งที่ดี ทว่าสำหรับในกรณีไทยแล้ว ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่าจะส่งผลบวกหรือส่งผลลบ

“ความแตกแยกระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองนั้นมีสูงมาก ฉะนั้นแล้วบางทีรัฐประหารอาจจะเป็นคำตอบสำหรับการเมืองไทยที่เราต้องคอยและดูว่าอำนาจจะกลับไปถึงมือของประชาชนได้รวดเร็วเพียงใด” ฮลา ซเว กล่าว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าท่าทีของชาติตะวันตกจะแตกต่างออกไปจากจุดยืนของสิงคโปร์และพม่าอย่างสิ้นเชิง โดยทาง ฮิวโก สไวร์ รัฐมนตรีสำนักงานการต่างประเทศและเครือจักรภพ (เอฟซีโอ) ที่รับผิดชอบด้านกิจการต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแถลงการณ์ว่า ทางสหราชอาณาจักรจะขอทบทวนขอบข่ายความร่วมมือกับไทย พร้อมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะความเป็นประชาธิปไตยในไทยที่เริ่มถดถอยลง

พร้อมกันนี้ ทางเอฟซีโอยังขอให้กองทัพไทยระบุถึงกรอบเวลาที่แน่ชัดในการฟื้นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตลอดจนตอบสนองต่อการประท้วงอย่างสันติวิธีด้วยความระมัดระวัง

ขณะที่กระทรวงกิจการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เรียกร้องให้พลเมืองหลีกเลี่ยงเดินทางมายังประเทศไทย และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย ตลอดจนร้องขอให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่อาศัยอยู่ในไทยดำเนินการตามคำสั่งของทางการไทยอีกด้วย

ถึงกระนั้น ความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติในไทยต่างแสดงท่าทีต่อรัฐประหารในครั้งนี้ว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากนัก โดย ฟูมิฮิโกะ อิเกะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ และในฐานะประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น เปิดเผยกับรอยเตอร์ส ระบุว่า บริษัทรถยนต์จากญี่ปุ่นยังไม่ได้รับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจากการเข้ายึดอำนาจของทหารมากนัก พร้อมย้ำว่า ความกระหายที่จะลงทุนในไทยยังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม แต่ก็เสริมว่า สถานการณ์ในไทยยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกัน โนบุโยริ โคไดระ รองประธานบริหารของโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป ระบุว่า บริษัทกำลังจับตาสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่า ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของบริษัท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท