กลุ่มแห่งความหวัง
ถือเป็นอีกกลุ่มที่คาดเดาไม่ออกว่าทีมใดจะสามารถทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
ถือเป็นอีกกลุ่มที่คาดเดาไม่ออกว่าทีมใดจะสามารถทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในศึกเวิลด์ คัพ 2014 รอบสุดท้าย ที่บราซิล เนื่องจาก โคลัมเบีย กรีซ ไอวอรีโคสต์ และ ญี่ปุ่น มีขุมกำลังอันสูสี อีกทั้งต่างมีอาวุธเด็ด จนพร้อมเป็นตัวแทนกลุ่มซี ไปเฉิดฉายในรอบน็อกเอาต์ทั้งหมด แถมสายนี้ยังมีโอกาสสูงที่คะแนนจะออกมาลักษณะงูกินหาง
โคลัมเบีย (อันดับ 5 โลก)
เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาตั้งแต่รอบคัดเลือกสำหรับโคลัมเบีย ที่สามารถตีตั๋วมาบราซิลในฐานะรองแชมป์อเมริกาใต้ โดยเป็นรองจ่าฝูง อาร์เจนตินา เพียง 2 แต้ม
จุดเด่นที่น่าสนใจของทีมลอส คาเฟเตรอส อยู่ที่สไตล์การเล่นที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างลีลาพลิ้วไหวแบบฉบับละติน ซึ่งแต่ละคนล้วนมีเทคนิคลีลาการเล่นที่สวยงาม ขณะที่สภาพร่างกายก็จัดว่าแข็งแกร่งยอดเยี่ยมไม่แพ้นักเตะจากแอฟริกัน ส่วนผสมนี้จึงน่าจับมองไม่น้อย
ผู้จัดการทีม
โฮเซ เปร์เกร์มัน กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ สวมบทฮีโร่พาโคลัมเบียกลับมาโลดแล่นในฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังจากรอคอยมานานกว่า 16 ปี (หนล่าสุด) โดยแนวทางถนัดให้โอกาสเด็กสายเลือดใหม่
แม้ผู้เล่นปัจจุบันจะไม่อุดมไปด้วยนักเตะพรสวรรค์อย่างพวก คาร์ลอส วัลเดอร์รามา, เฟรดดี รินคอน หรือ ฟาอุสติโน อัสปริยา แต่แท็กติกและระเบียบวินัยที่ เปเกร์มัน ฝังลงไปกลับพัฒนาอย่างทันตาเห็น
ดาวเด่นประจำทีม
ราดาเมล ฟัลเกา ดาวยิงโมนาโก ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าลำดับต้นๆ ของโลกในเวลานี้ ในรอบคัดเลือก ฟัลเกา ก็ทำไปถึง 9 ประตู จาก 13 นัด อย่างไรก็ตาม หัวหอกวัย 28 ปี ยอมรับคงไม่สามารถทำผลงานได้เต็มสูบในศึกเวิลด์ คัพ แดนแซมบ้า เพราะเพิ่งหายเจ็บเข่า จนมีเวลาพักฟื้นร่างกายไม่เพียงพอ รวมถึงไม่มีแมตช์ใหญ่ให้อุ่นเครื่องเพื่อเรียกความฟิต
“ในแง่ของการเล่นฟุตบอล มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำผลงานได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะผมไม่ได้ลงสนามมานาน แต่ปกติถ้าแมตช์ไหนรู้สึกดี ผมจะทำผลงานได้ดี และถ้าผมเห็นไม่มั่นใจและคิดว่าไม่สามารถช่วยทีมได้ ผมอาจตัดสินใจไม่ลงเล่น” ฟัลเกา ระบุ
เป้าหมาย
หายหน้าหายตาไปจากบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 16 ปี ดังนั้น ความกระหายในชนะจึงมีมาก และด้วยศักยภาพของผู้เล่นชุดนนี้น่าจะเพียงพอต่อการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นอย่างน้อย เพราะอยู่สายไม่แข็งจนเกินไป ความเขี้ยวลากดินของ เปร์เกร์มัน น่าจะเอาตัวรอดได้ ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหน คงต้องพึ่งบุญวาสนา
ไอวอรีโคสต์ (อันดับ 21 โลก)
แม้พักหลังจะขยับก้าวขึ้นมาเป็นทีมแนวหน้าแห่งทวีปแอฟริกา อันมาจากขุมกำลังที่น่ากลัวทุกตำแหน่ง แต่กับศึกเวิลด์ คัพ แล้ว ทีมไอวอรีโคสต์ หรือโกตดิวัวร์ กลับนับวันรอประสบความสำเร็จ โดยครั้งแรกที่สามารถผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย เกิดขึ้นในบอลโลก 2006 ณ เมืองเบียร์ พวกเขาถูกเขี่ยตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างง่ายดาย เนื่องจากถูกจับติ้วร่วมกรุ๊ปออฟเดธ อย่าง อาร์เจนตินา, เนเธอร์แลนด์ และ เซอร์เบียแอนด์มอนเตเนโกร
อีก 4 ปีต่อ ไอวอรีโคสต์ถูกจับตามองหนักอีกครั้ง เพราะสตาร์ดัง อาทิ พี่น้อง ตูเร (โคโล และ ยาย่า) ดิดิเยร์ ดร็อกบา, ซาโลมง กาลู ต่างอยู่ในจุดพีกของอาชีพ บวกกับการได้ สเวน โกรัน อีริกส์สัน โค้ชชาวสวีดิช กลับมาสั่งการข้างสนามยิ่งน่าจับตา แต่สุดท้าย บราซิล กับ โปรตุเกส ก็เขี่ยพวกเขาเป็นแค่อันดับสามของกลุ่มเอช ที่เวิลด์ คัพ 2010 ในแอฟริกาใต้
ผู้จัดการทีม
ชื่อเสียงอาจไม่คุ้นหู แต่ ซาบรี ลามูชี เทรนเนอร์วัย 42 ปี เอาตัวรอดได้อย่างน่าสนใจ การรับเผือกร้อนต่อจาก ฟรองซัวส์ ซาอุย เมื่อเดือน พ.ค. 2012 และค่อยๆ ฝ่าฟันมาจนคว้าตั๋วบอลโลกได้ ทั้งที่เพิ่งเคยคุมทีมชาติครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังทะลุรอบ 2 ในเวิลด์ คัพ ของคนทั้งชาติต่างถาโถม จนมีข่าวจะถูกใช้เป็นเกณฑ์วัดผลหลังจบทัวร์นาเมนต์
ดาวเด่นประจำทีม
ยาย่า ตูเร มิดฟิลด์จอมพลังที่ถูกขนานนามให้เป็นกองกลางที่เก่งที่สุดในโลกคนหนึ่ง ขึ้นแท่นซุป’ตาร์น่าจับตามองในเวิลด์ คัพ หลังเป็นกำลังหลักพาแมนฯ ซิตี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง การันตีคุณภาพได้โดยรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกา 3 สมัย จุดเด่นพิเศษอยู่ตรงสมดุลการเล่น ไม่ว่าจะเป็นเกมรุกหรือเกมรับ สามารถทำคู่แข่งขวัญผวาได้เสมอ ดังนั้น หัวใจสำคัญของทัพ “ช้างดำ” ในการสู้ศึกครั้งนี้ จึงเป็นใครไม่ได้ นอกจากชายคนนี้
เป้าหมาย
“นี่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่สามของพวกเรา ในสองครั้งแรก พวกเราถูกจับให้ไปอยู่ในกลุ่มที่แข็งเอามากๆ ทำให้เราไม่ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป แต่ครั้งนี้เราได้อยู่ในกลุ่มที่เบากว่า ทำให้เราตั้งเป้ากันเอาไว้ว่า จะต้องผ่านรอบแรกให้ได้” กาลู เป็นตัวแทนเพื่อน กล่าว
กรีซ (อันดับ 10 โลก)
อุดจนได้ดีมากว่า 10 ปีแล้ว สำหรับทีมเทพนิยาย ที่เน้นเกมรับจนคว้าแชมป์ยูโร 2004 ซึ่งหลังจากนั้นแท็กติกนี้ก็ฝังลึกเป็นดีเอ็นเอในทีมชาติกรีซมาโดยตลอด สกอร์ 10 เป็นตัวเลขคลาสสิกในการเอาชนะคู่แข่ง นั่นทำให้พวกเขาโชคร้ายต้องหลุดไปเตะเพลย์ออฟ เพราะลูกได้เสียเป็นรองบอสเนียฯ แต่เมื่อกรีซตีตั๋วมาบราซิลได้ เกมรับอันแข็งแกร่ง ก็พร้อมสร้างความปวดหัวให้ทีมอื่นอีกครั้ง
ผู้จัดการทีม
แฟร์นานโด ซานโตส เข้ามาสานงานต่อจาก ออตโต เรห์ฮาเกล ซึ่งเทรนเนอร์จอมแท็กติก แทบจะคงเอกลักษณ์แบบฉบับกรีซเอาไว้ทั้งหมด ถึงขนาดเจ้าตัวหลุดปากว่า “มันไม่ง่ายเลยนะ ที่จะลบล้างตัวตน (เน้นเกมรับ) นี้ออกไป” เพราะฉะนั้น คู่แข่งต้องคิดกลยุทธ์ฝ่าแนวรับเข้าไปให้ได้
ดาวเด่นประจำทีม
มันยากมากที่จะบอกว่าใครโดดเด่นไปกว่าแท็กติก แต่หากต้องเลือกคงหนีไม่พ้น คอนสแตนตินอส มิโตรกลู ดาวยิงวัยรุ่งพุ่งแรงที่เคยสร้างชื่อกับทีมโอลิมเปียกอส จนถูกฟูแลมกระชากไปเล่นในอังกฤษ ส่วนเรื่องบัญชาเกมคงต้องพึ่ง จอร์จอส คารากูนิส กองกลางวัย 36 กะรัต คุมเกมเช่นเคย
เป้าหมาย
สไตล์การเล่นแบบ “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” มักส่งผลดีหากเจอคู่แข่งที่เหนือกว่ามาก แต่กับกลุ่มที่สูสีสู้ได้ทุกทีม กรีซอาจบุกแลกจนผิดธรรมชาติตัวเอง ยิ่งผู้เล่นอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ ดังนั้น จึงมองเป้าใกล้เพียงแค่รอบ 2
ญี่ปุ่น (อันดับ 47 โลก)
กลายเป็นชาติแรกที่ได้ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2014 เพราะผลเจ๊า ออสเตรเลีย 11 ส่งผลให้ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยคว้าตั๋วไปเวิลด์ คัพ เป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกัน แถมโปรแกรมยังเหลืออีกหนึ่งนัด เรียกได้ว่าพัฒนามาตรฐานจนคนเอเชียภูมิใจได้ตลอด แม้จะไม่ก้าวกระโดดเร็วเวอร์ แต่ทุกวันนี้นักเตะแดนปลาดิบสามารถวางรากฐานจนตั้งเป้าหมายเข้ารอบน็อกเอาต์ได้อย่างไรข้อกังขา
ผู้จัดการทีม
อัลแบร์โต ซัคเคโรนี กุนซือลายครามชาวอิตาเลียน ทำทีมญี่ปุ่นจนลงตัวกับระบบ 4231 ไปแล้ว โดยใช้ ฮอนดะ รับบทเพลย์เมกเกอร์อยู่ข้างหลัง เรียวอิจิ มาเอดะ ส่วน ชินจิ คากาวะ ปีกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ชินจิ โอกาซากิ ดาวซัลโวสูงสุดในรอบคัดเลือกที่จำนวน 8 ประตู ป่วนริมเส้นคู่แข่ง สูตรนี้ใช้ได้ผลจนเคยคว้าชัยเหนือ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส มาแล้วในเกมกระชับมิตร และนั่นคือสัญญาณบอกว่า ทีมซามูไรสามารถเอาชนะทุกทีมบนโลก
ดาวเด่นประจำทีม
ชินจิ คากาวะ คือซูเปอร์สตาร์ของญี่ปุ่นชุดนี้ จากฟอร์มการเล่นอันโดดเด่น โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ เมื่อปีก่อน เซนส์บอลที่ดาวเตะวัย 25 ปี ดูเหนือชั้นเข้าขั้นเวิลด์คลาส ทำให้คู่แข่งคาดเดาได้ยากเสมอ เวลาเท้าเขาได้สัมผัสบอล นอกจากภาระที่ต้องแบกทีมในฟุตบอลโลก 2014 แล้ว สตาร์ชาวเอเชียยังต้องเรียกฟอร์มเก่งเพื่อโอกาสมีชื่อกับต้นสังกัดอย่าง “ปีศาจแดง” ที่เพิ่งได้โค้ชใหม่
เป้าหมาย
ปรับทัศนคติจนกล้าเดินหน้าขยี้คู่แข่งได้ทุกทีม ถึงเวลาแล้วที่ขุนพลซามูไรจะขยับความฝันเข้าไปอีกขั้น และความลงตัวในขุมกำลัง ทำให้ตัวแทนจากเอเชียทีมนี้ตั้งเป้าอยากถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นอย่างน้อย


