
จีนแนะไทยยึดประโยชน์ชาติ
ต้องยึด‘ชาติประชาชน’เป็นสำคัญมะกันจับตาคำมั่นทหารไม่ทำรัฐประหาร
ต้องยึด‘ชาติประชาชน’เป็นสำคัญมะกันจับตาคำมั่นทหารไม่ทำรัฐประหาร
จีนแนะไทยหาทางออกด้วยสันติ ยึดผลประโยชน์ชาติสวนทางสหรัฐยังตอกย้ำหลักการประชาธิปไตย
บลูมเบิร์กรายงานปฏิกิริยาชาติมหาอำนาจจากซีกโลกตะวันตกและซีกตะวันออก หลังกองทัพไทยประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ โดยมีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่เช้ามืดวันอังคารที่ผ่านมา
บลูมเบิร์กอ้างคำพูดของ หงเหล่ย โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ระหว่างงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในกรุงปักกิ่ง หลังผู้สื่อข่าวถามความคิดเห็นจีนต่อการประกาศกฎอัยการศึกในไทย จีนหวังว่าประเทศไทยจะแก้วิกฤตที่เกิดขึ้นด้วยสันติ
“จีนมีจุดยืนเรื่องนี้มาโดยตลอดว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยต้องระลึกไว้เสมอว่า การจัดการกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองด้วยการเจรจาที่หนักแน่นและผ่านการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เหมาะสมต้องอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศชาติและประชาชน เพื่อเรียกความมั่นคงของประเทศให้คืนมาเร็วที่สุด เราหวังว่าทุกฝ่ายในไทยจะพยายามแก้ปัญหาในทางบวกเพื่อให้เรื่องนี้ยุติ” โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองล่าสุดของไทย
อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กยังรายงานปฏิกิริยาของมหาอำนาจตะวันตกอย่างสหรัฐในประเด็นเดียวกัน โดยอ้างคำพูดของ เจน พาสกี โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งคาดหวังว่าทหารจะยึดมั่นพันธสัญญาในการเคารพหลักการประชาธิปไตย ทั้งนี้ สหรัฐยังเชื่อว่ากองทัพไทยจะไม่ทำรัฐประหาร และการใช้กฎอัยการศึกจะเป็นเพียงแค่ระยะเวลาชั่วคราว เพียงเพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง
นอกจากนั้น พล.ร.ต.จอห์น เคอร์บี โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ยังแสดงความคิดเห็นว่า สหรัฐยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหวังว่ากองทัพไทยจะรักษาคำพูดที่เคยกล่าวว่าสิ่งนี้ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นเพียงคำสั่งแค่ชั่วคราว สิ่งสำคัญสำหรับทุกคนในไทย คือ การเคารพหลักการทางประชาธิปไตย
นอกจากจีนและสหรัฐแล้ว บลูมเบิร์กยังรายงานความคิดเห็นในมุมมองของออสเตรเลียเพิ่มเติม โดยอ้างการวิเคราะห์ของ จอห์น บลักซ์แลนด์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และศูนย์ยุทธศาสตร์ศึกษาและการป้องกันประเทศ ในกรุงแคนเบอร์รา ว่า วิกฤตการเมืองในไทยดูเหมือนว่าจะเดินมาถึงจุดพลิกผันแล้ว และสถานการณ์ทางการเมืองมาถึงจุดที่เป็นพิษร้ายแรงจนมองไม่เห็นทางอื่นนอกจากการประกาศใช้กฎอัยการศึก
อย่างไรก็ดี ราจิฟ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชียจากบริษัทวิเคราะห์ ไอเอสเอส ให้สัมภาษณ์สื่อเยอรมนี ดอยช์เวลล์ ว่า นักลงทุนจากต่างชาติเริ่มขาดความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยจากวิกฤตการเมืองที่ยาวนาน และกระทบบทบาทการเป็นผู้นำในอาเซียนของไทย แถมยังกัดกร่อนแรงดึงดูดในการเป็นฐานการลงทุนภาคการผลิตในอดีตของไทยด้วย







