posttoday
ปูอาเซียนเตือนไทย"ฮุนเซน"หวั่นหลุดเก้าอี้ผู้นำ

ปูอาเซียนเตือนไทย"ฮุนเซน"หวั่นหลุดเก้าอี้ผู้นำ

13 พฤษภาคม 2557

เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานอ้างความเห็นของ คาร์ล ทาเยอร์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานอ้างความเห็นของ คาร์ล ทาเยอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย เกี่ยวกับเหตุผลเบื้องหลังท่าทีของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา ที่พยายามผลักดันให้เวทีการประชุมสุดยอดอาเซียนออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในไทย ว่าอาจมีแรงจูงใจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของผู้นำกัมพูชาเอง เนื่องจากเกรงว่า การหลุดจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับฮุนเซน อาจสร้างความไม่แน่นอนต่ออนาคตการเมืองและรัฐบาลชุดปัจจุบันของกัมพูชามากขึ้น

ความเห็นดังกล่าว มีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ประชุมอาเซียนได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเมืองไทย โดยได้ร้องขอและสนับสนุนให้ทุกฝ่ายใช้สันติวิธีแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา และเคารพในหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ โดยแถลงการณ์ชิ้นนี้มีนายกรัฐมนตรีฮุนเซนเป็นโต้โผใหญ่ในการผลักดัน

“แม้ว่าอาเซียนจะออกแถลงการณ์ แต่อาเซียนแทบจะไม่มีอำนาจต่อการแก้ปัญหาวิกฤตการเมืองไทย แต่ฮุนเซนอาจมีแรงจูงใจทางการเมืองภายใน ในการผลักดันอาเซียนให้ออกแถลงการณ์ดังกล่าว” ทาเยอร์ ระบุ โดยให้เหตุผลว่าการผลักดันให้อาเซียนออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยดำเนินตามกรอบประชาธิปไตย จะช่วยให้นายกรัฐมนตรีฮุนเซนสามารถนำมาใช้เป็นประเด็นตอบโต้ฝ่ายค้านในประเทศ ซึ่งกำลังพยายามโค่นล้มอำนาจของรัฐบาลว่า ควรดำเนินตามหลักประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน รายงานยังอ้าง เช วันนัต นักวิเคราะห์การเมืองแสดงความเห็นอีกว่า แม้ว่าขณะนี้ไทยจะเผชิญกับวิกฤตการเมืองถาโถมอย่างหนัก แต่โดยภาพรวมไทยยังมีเสถียรภาพทางสังคมและทางเศรษฐกิจมากกว่ากัมพูชา

“ประเทศไทยรู้ว่าต้องทำอะไร พวกเขาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรจากกัมพูชา” วันนัต ระบุ

ท่ามกลางความเคลื่อนไหวดังกล่าว สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็ยังคงเกาะติดสถานการณ์ ทางการเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

บลูมเบิร์กรายงานอ้างความเห็นของ พอล เกมเบิลส์ ผู้ก่อตั้งร่วมบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินเอ็มบีเอ็นจี กรุ๊ป ของอังกฤษ ระบุว่า วิกฤตไทยกำลังอยู่ในภาวะสงบก่อนเกิดพายุรุนแรงครั้งใหญ่ เนื่องจากทั้งฝ่ายสนับสนุนและต่อต้านรัฐบาล ต่างประกาศเดินหน้า ต่อสู้ตามอุดมการณ์เชิงสัญลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีความเป็นไปได้สูงในช่วงปลายสัปดาห์หรือปลายเดือนนี้ ปัญหาความขัดแย้งอาจทวีความรุนแรงขึ้น จนไปสู่เหตุรุนแรงในที่สุด

เกมเบิลส์ มองอีกว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาการเมืองยังคงไร้ทางออก เนื่องจากทั้งฝ่ายสองไม่มีทีท่าว่าจะยอมเจรจา โดยต่อจากนี้ไทยมี 2 ทางเลือกเท่านั้น คือ 1.เดินหน้าเจรจาหาข้อยุติ และ 2.การเผชิญหน้ากัน ซึ่งอาจจุดชนวนให้กองทัพต้องเข้ามาแทรกแซง แม้ว่าจนถึงขณะนี้ทางกองทัพจะประกาศย้ำว่า จะเข้าแทรกแซงต่อเมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้นเท่านั้นก็ตาม ซึ่งทางเกมเบิลส์มองว่าความเป็นไปได้ของการเข้าแทรกแซงของกองทัพเริ่มมีมากขึ้น หลังจากทั้งสองฝ่ายยังคงไม่ยอมหันหน้าเจรจากัน

กระนั้นก็ตาม เกมเบิลส์ มองว่า วิกฤตการเมืองไทยที่รุนแรงขึ้นรายวัน จะกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากมองว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นจากผลพวงของการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาล ถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะกลางและยาวมากกว่า

ขณะที่วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะแปลกประหลาด เนื่องจากกำลังมีผู้กล่าวอ้างปฏิบัติหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศถึง 2 คนในเวลาเดียวกัน หลังจากกลุ่ม ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลประกาศขีดเส้นตายให้ทางวุฒิสภาเร่งหารือแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง ถ้าไม่เช่นนั้นจะจัดการปัญหาดังกล่าวด้วยตัวเอง ในขณะที่คณะรัฐบาลรักษาการของไทย ก็กำลังเดินหน้าผลักดันให้มีการจัดการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ ระบุว่า เตรียมหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากมองว่าไทยควรเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป พร้อมคาดหวังว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งในเร็ววันนี้ แม้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าการเลือกตั้งดังกล่าวจะประสบความสำเร็จหรือไม่

ด้านเว็บไซต์อีพอช ไทมส์ ของสหรัฐ เปิดเผยรายงานอ้างความเห็นของเดวิด สเตรคฟาส ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองในสหรัฐ ระบุว่า วิกฤตการเมืองไทยเข้าสู่ภาวะชะงักงัน เนื่องจากในขณะนี้ความพยายามผลักดันให้เลือกตั้งอาจล้มเหลวลง ขณะที่ทางกลุ่มต่อต้านรัฐบาลก็อาจไม่สามารถโค่นล้มรัฐบาลรักษาการณ์ได้เช่นกัน ที่สำคัญทางกองทัพอาจไม่กล้าเข้ามาแทรกแซงในวิกฤตครั้งนี้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท