
ผู้ผลิตรถผวาการเมืองไทย
เชื่อมั่นซบฉุดยอดขายหดแรง25% กูรูเตือนกระทบแผนลงทุนระยะยาว
เชื่อมั่นซบฉุดยอดขายหดแรง25% กูรูเตือนกระทบแผนลงทุนระยะยาว
สื่อนอกชี้การเมืองไทยวุ่น กระทบผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่โลกป่วน หลังยอดขายในประเทศส่อดิ่งแรง 25%
วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยรายงานระบุว่า วิกฤตการเมืองไทยที่ยังไร้ทางออก กำลังส่งผลกระทบให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ตกอยู่ในภาวะวิกฤต และต้องปรับกลยุทธ์รับมือกับแนวโน้มยอดจำหน่ายรถยนต์ในไทยที่อาจร่วงลงถึง 25% ในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของอาเซียนตามหลังอินโดนีเซีย
สำหรับแนวโน้มยอดขายรถยนต์ที่ชะลอตัวลง กดดันให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ซึ่งรวมถึง ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ฟอร์ด มอเตอร์ โค. และมาสด้า มอเตอร์ คอร์ป ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในสหรัฐ ต้องชะลอการผลิตลง ตลอดจนตัดลดชั่วโมงทำงานล่วงเวลาถึง 30% และโยกย้ายพนักงานส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตรถยนต์ในระยองไปยังโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถกระบะที่มียอดขายที่ดีกว่า
“ปัญหาการเมืองที่วุ่นวาย บั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทำให้เกิดความลังเลในการซื้อรถยนต์คันใหม่” เทรเวอร์ เนกัส กรรมการผู้จัดการ ออโต้อัลลายแอนซ์ ระบุ
นอกเหนือจากปัจจัยด้านความต้องการของผู้บริโภคที่ซบเซาลงจากปัญหาการเมืองแล้ว บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติยังต้องตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากไม่สามารถย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นได้ เพราะได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซัพพลายเชนในไทยคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว ทำให้ไทยยังคงเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ที่ครบครันทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและแรงงานที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเป็นไปได้สูงที่ปัญหาทางการเมืองในไทยที่ตึงเครียดทุกขณะ อาจกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในระยะยาวและบั่นทอนศักยภาพการแข่งขันของประเทศ หลังจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและมาเลเซีย กำลังเดินหน้าออกมาตรการดึงดูดผู้ผลิตรถยนต์ต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
วันเดียวกัน ไฟแนนเชียลไทมส์ ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับวิกฤตการเมืองไทยว่า กำลังฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศให้ชะลอตัวลงรั้งท้ายประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน หลังเหตุวุ่นวายทางการเมืองเพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงภาวะสุญญากาศการเมืองที่อาจยืดเยื้อหลายเดือน
สอดคล้องกับบทบรรณาธิการของดิ อีโคโนมิสต์ มองว่า หากไทยไม่สามารถประนีประนอมหาข้อยุติความขัดแย้งได้ อาจทำให้ประเทศวุ่นวาย ไร้รัฐบาลและเผชิญเหตุรุนแรงในที่สุด







