
ยูเอ็นเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาโลกร้อน
เลขาธิการยูเอ็นจี้รัฐบาลทุกประเทศเร่งแก้ปัญหาโลกร้อน พร้อมถกประเด็นนี้ในการประชุมที่อาบูดาบีและนิวยอร์กปีนี้
เลขาธิการยูเอ็นจี้รัฐบาลทุกประเทศเร่งแก้ปัญหาโลกร้อน พร้อมถกประเด็นนี้ในการประชุมที่อาบูดาบีและนิวยอร์กปีนี้
บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวระหว่างการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 พ.ค. นี้ ณ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า การวางเป้าหมายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของโลกสูงสุดไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส น่าจะประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ดำเนินการเรื่องดังหล่าวอย่างเร่งด้วน ก่อน
ที่จะสายเกินไป
ทั้งนี้ ประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ต้องการให้การประชุมสุดยอดในนิวยอร์ก ในวันที่ 23 ก.ย. นี้ เป็นเส้นตายสำหรับประเทศพัฒนาแล้วในการวางแผนการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกก่อนปี 2020 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการควบคุมจัดการสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อป้องกันการเกิดคลื่นความร้อน อุทกภัย ความแห้งแล้ง และการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำทะเล ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ไอพีซีซี) กล่าวว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์
นอกจากนี้ ไอพีซีซียังเสนอรายงานดังกล่าว ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐแล้วว่า ระดับอุณหภูมิที่ตั้งเป้าหมายไว้น่าจะยังคงเป็นไปได้ตามนโยบายที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ทางไอพีซีซีคาดการณ์ว่า อุณหภูมิทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 4.8 องศาเซลเซียส ในปี 2100 และยังพบด้วยว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 0.8 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุคทศวรรษที่ 80 และ 90
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการยูเอ็นกล่าวว่า จะใช้การประชุมทั้งสองครั้งดังกล่าวข้างต้น ในการแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วนนี้ อีกทั้งยังวางแผนที่จะหารือกับผู้นำจีนในเดือนนี้ จากการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในจีนและประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ทั้งหลาย จนนำไปสู่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นมาก
นอกจากนี้ บลูมเบิร์กยังรายงานเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวด้วยว่า ข้อมูลจากจากสถาบันสมุทรศาสตร์สกริบส์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ยืนยันว่า ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ยในบรรยากาศเพิ่มขึ้นมากกว่า 400 ส่วนในล้านส่วน เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปริมาณที่น่ากังวลมาก เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ ทำให้เกิดพายุบ่อยครั้งขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย และเพิ่มความเสี่ยงแก่เมืองทั้งหลายแถบชายทะเลในอนาคต
ทั้งนี้ ทางสถาบันสมุทรศาตร์ยังกล่าวด้วยว่า โดยปกติความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2-3 ส่วนในล้านส่วน แต่หลังจากปี 1750 เป็นต้นมา ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นในปริมาณมหาศาลจนน่าเป็นห่วง แถมก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ก็ยังมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในระดับเดียวกันอีกด้วย







