
ออมเงิน
หากเทียบกับรายได้เฉลี่ย ผมยังอยากให้อาเซียนมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินมากขึ้น
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่รู้หมู่หรือจ่าแบบนี้ ทุกท่านออมเงินกันบ้างหรือไม่ครับ
ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าคนไทยไม่ค่อยออมเงินเท่าไหร่ เพราะคนไทยเองค่อนข้างรักสนุก นิยม "ใช้" มากกว่านิยม "ออม" ผมมีเพื่อนสนิทอยู่ 2 คน ที่ทำงานมาหลายปี แต่ยังไม่คิดเก็บเงินแม้สักบาท และทำให้ผมเข้าใจได้เลยว่า การใช้เงินแบบเดือนชนเดือนเป็นยังไง
แต่แล้วข้อมูลจาก World Development Report 2014 ของธนาคารโลก ก็ทำให้ผมต้องแปลกใจ ธนาคารโลกสำรวจข้อมูลการ ออมในรอบ 12 เดือน ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป จากทั่วโลกในปี 2553-2554 แน่นอนครับว่า สิงคโปร์ยังคงครองแชมป์อาเซียน ด้วยสัดส่วนจำนวนผู้ออมเงิน 60.9% ที่น่าตกใจ คือ ไทยของเราเป็นอันดับ 2 ตามมาติดๆ ด้วยสัดส่วนผู้ออม 60%
ที่น่าตกใจอีกเรื่อง คือ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของทั้งโลกซึ่งมีสัดส่วนจำนวนผู้ออม 35.9% แล้ว อาเซียนมีประเทศที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเพียงแค่ 2 ประเทศเท่านั้น คือ เวียดนาม 35.3% และกัมพูชา 31% มีอย่างน้อย 6 ประเทศ ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก
จริงๆ ต้องบอกว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ หาความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนจำนวนผู้ออมกับหน้าตาเศรษฐกิจแต่ละประเทศยากมาก ลาวซึ่งขนาดเศรษฐกิจไม่ใหญ่มาก กลายเป็นประเทศออมเก่งอันดับ 3 ด้วยสัดส่วน 54.5% ขณะที่มาเลเซียซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจระดับผู้นำอาเซียน อยู่อันดับ 4 ประเทศที่ประชากรมากที่สุดอย่างอินโดนีเซีย อยู่อันดับ 6
อย่างไรก็ตาม พอดูเรื่องสัดส่วนจำนวนผู้กู้เงินจากสถาบันการเงินควบคู่กันไปด้วย ผลสำรวจพบว่า ไทยมีสัดส่วนผู้กู้เงิน 19.4% สูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 9.1%
เรียกว่าทั้งออมทั้งกู้ มากกว่าชาวบ้านแบบเสมอต้นเสมอปลาย
ขณะที่แชมป์สัดส่วนจำนวนผู้กู้ตกเป็นของกัมพูชา 19.5% มากกว่าเราเล็กน้อย อันดับ 3 คือ ลาว 18.1% อันดับ 4 เวียดนาม 16.2% อันดับ 5 มาเลเซีย 11.2% อันดับ 6 ฟิลิปปินส์ 10.5% สิงค์โปร์ซึ่งเป็นแชมป์ออมหล่นมาอยู่ที่อันดับ 7 ด้วยสัดส่วน 10% ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่สำรวจแล้วพบว่าสัดส่วนผู้กู้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก
เรื่องน่าเสียดายของผลสำรวจ 2 ชิ้นนี้ คือ ไม่ได้ระบุว่า แต่ละประเทศมีสัดส่วนการออมและการกู้เฉลี่ยคนละเท่าไหร่ จะได้โชว์กันให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ ว่าจริงๆ แล้ว อาเซียนเป็นช่างออมหรือช่างกู้
อย่างไรก็ดี หากเทียบกับรายได้เฉลี่ย ผมยังอยากให้อาเซียนมีนโยบายสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินมากขึ้น ขณะเดียวกันก็สร้างค่านิยมลดการกู้เงินบางประเภทลง
วันก่อนผมได้คุยกับข้าราชการวัยเอ๊าะท่านหนึ่ง เธอบอกว่าเงินเดือนข้าราชการน้อย แต่ไม่กู้ก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่กู้ก็คงไม่มีทางมีสมาร์ทโฟน มีรถหรือมีบ้านเหมือนคนอื่น
ผมไม่ปฏิเสธกรณีที่เธออยากกู้เพื่อซื้อบ้านซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 แต่ผมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนและรถเป็นของจำเป็นต้องกู้และจำเป็นต้องซื้อหรือไม่สำหรับคนเงินเดือนน้อย
นี่เป็นตัวอย่างที่อธิบายได้ว่าคนไทยกำลังหลงอยู่ในวังวนค่านิยม "ทุนนิยม" และ "วัตถุนิยม"
ทางแก้มีหลายทางครับ 1.ภาครัฐเลิกออกนโยบายสนับสนุนการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย แล้วหันมาสนับสนุนการออมแทน 2.ประชาชนพยายาม "เลือก" ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ซื้อเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ ไม่ใช่ซื้อแค่เพื่อหวังหน้าตาในสังคม
ผมไม่อยากให้อาเซียนเกิดภาวะประชาชนทุบกระปุกแล้วเจอแต่ ใบแจ้งหนี้ แทนที่จะได้เคลื่อนย้ายสินค้าหรือแรงงานเสรี ต้องมานั่งเคลื่อนย้ายหนี้ภายใต้ตลาดเดียวกันแทน







