
เพราะไม่สมดุลเป็นเหตุ
เชื่อหรือไม่ว่าความไม่ลงตัวระหว่างสัดส่วนของหนุ่มจีนกับสาวจีนก็กลายเป็นปัญหาระดับชาติได้เหมือนกัน!
เชื่อหรือไม่ว่าความไม่ลงตัวระหว่างสัดส่วนของหนุ่มจีนกับสาวจีนก็กลายเป็นปัญหาระดับชาติได้เหมือนกัน!
ตัวเลขล่าสุดของประชากรจีนประจำปี 2013 ที่ทางกรมสถิติแห่งชาติสำรวจไว้ ระบุว่า หนุ่มจีนมีจำนวนมากกว่าสาวจีนเกือบ 37 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงการขาดสมดุลทางเพศอย่างรุนแรง ทั้งนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าในปี 2020 หรืออีกประมาณ 7 ปีข้างหน้าจะมีหนุ่มโสดมากกว่าสาวโสดราว 30-40 ล้านคน นั่นหมายความว่าหนุ่มจีนทุกๆ 1 ใน 5 คนจะครองตัวเป็นโสดและเผชิญกับปัญหาเรื่องการไม่แต่งงานเมื่อถึงวัยอันควร
เป็นที่รู้กันดีว่าเงื่อนไขการแต่งงานของสาวจีนยุคนี้เข้าข่ายไม่ธรรมดา นอกจากรูปร่างหน้าตาที่ต้องผ่านเกณฑ์แล้ว รายได้ ความมั่นคงทางการเงิน รวมไปถึงรถ บ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกนานัปการต้องมีพร้อม จึงยอมฝากชีวิตไว้ด้วย
ปัญหาก็คือ สำหรับหนุ่มที่เพิ่งจบใหม่หรือทำงานเพียงไม่กี่ปี ก็คงไม่สามารถมีรถ มีบ้าน เตรียมไว้รอสาวเจ้า เพราะกว่าจะเก็บเงินผ่อนรถ ผ่อนบ้านก็ต้องใช้เวลานานเอาการอยู่ โดยเฉพาะราคาบ้านที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกดดันให้แก่บรรดาหนุ่มๆ ที่กำลังตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์กันเป็นทิวแถว ด้วยเหตุนี้การจีบหญิงวัยใกล้เคียงกันถือว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากทีเดียว โอกาสเฟ้นหาคู่ครองก็คงต้องรอหญิงสาวที่มีอายุลดหลั่นลงไป นำไปสู่แนวโน้มที่ว่า “สามีอายุมาก ภรรยาอายุน้อย”
การขาดความสมดุลระหว่างหนุ่มจีนและสาวจีนเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้นหลังจากหนุ่มๆ ที่เกิดในช่วงหลังทศวรรษที่ 80 ย่างเข้าสู่วัยแต่งงาน พวกเขาเริ่มมองหาคนข้างกายยากขึ้นทุกขณะ ซึ่งก็เป็นการสะท้อนปัญหาเรื่องสมดุลของทารกเพศชายเพศหญิง ที่สั่งสมมาตลอดช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทั้งยังเกิดจากแนวความคิดแบบดั้งเดิมที่เห็นว่าบุตรชายเป็นผู้สืบวงศ์ตระกูลให้ยั่งยืนตราบชั่วลูกชั่วหลาน แตกต่างจากการมีบุตรสาวที่เติบใหญ่ก็ต้องออกเรือน ไม่ได้เป็นที่พึ่งพาของพ่อแม่ในยามแก่เฒ่า ยิ่งเด็กที่เกิดในช่วงหลังทศวรรษที่ 90 ปัญหาดังกล่าวถือว่าทวีความรุนแรงขึ้น
เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าปรากฏกาารณ์ “ผู้หญิงมาก ผู้ชายน้อย” ที่เกิดขึ้นในสังคมจีนยุคนี้ ย่อมส่งผลให้บรรดาสาวโสดทั้งหลายตั้งเงื่อนไขในการเลือกคู่ครองสูงขึ้นและมีตัวเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านวัตถุที่หนุ่มในวัยเดียวกันมักไม่สามารถสนองตอบความต้องการได้ การเลือกคู่ครองที่อายุมากกว่าแต่มีพร้อมด้วยทรัพย์สินเงินทอง กลายเป็นสุดยอดปรารถนาของสาวยุคใหม่ จึงไม่แปลกนักที่ค่านิยมเรื่องการเห็นเงินเป็นพระเจ้าจะค่อยๆ แทรกซึมอยู่ในความคิดของพวกเธอ
ยิ่งถ้าเป็นสาวที่มีการศึกษาดี มีรายได้มั่นคง และมีฐานะทางครอบครัวร่ำรวยด้วยแล้ว หากไม่พานพบหนุ่มที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมกว่า ก็มักเลือกที่จะครองตัวเป็นโสด จนกว่าจะพบกับชายในฝัน จำนวนสาวจีนที่ครองตัวเป็นโสดจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสัดส่วนของสาวโสดตามเมืองใหญ่ทิ้งห่างจากสาวชนบทอยู่มากทีเดียว
ลองนึกภาพของสังคมที่ผู้หญิงขาดแคลน แต่เต็มไปด้วยประชากรเพศชาย หากหนุ่มๆ เหล่านี้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง มักง่ายต่อการก่อเรื่องทะเลาะวิวาท หรือในกรณีที่รุนแรงอาจถึงขั้นก่ออาชญากรรม โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ สร้างความวุ่นวายให้แก่คนในสังคม นอกจากนี้ยังมีในส่วนของแรงงานชายที่มากเกินความต้องการของตลาด การหางานในบางสาขาอาชีพก็มีความยากขึ้น เพราะมีการแข่งขันสูง เป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจมีบางธุรกิจประกาศรับสมัครเฉพาะพนักงานหญิงเท่านั้น
ที่ผ่านมา รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการคุมกำเนิด โดยกำหนดให้แต่ละครอบครัวสามารถมีบุตรได้เพียง 1 คน (ยกเว้นชนเผ่ากลุ่มน้อย) ดูเหมือนว่านโยบายดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพในการควบคุมจำนวนประชากรจีนได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่องนั้น ความสมดุลระหว่างเพศชายกับเพศหญิงก็เริ่มปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น และค่อยๆ กลายเป็นปัญหาสังคมที่มีผลข้างเคียงตามมา หลายต่อหลายมณฑลประสบกับภาวะดังกล่าวอย่างหนักหน่วง ส่งผลต่อการแต่งงานและชีวิตครอบครัว
การรณรงค์ให้หนุ่มโสดอาศัยการแต่งงานกับสาวต่างชาติ อาจเป็นวิถีทางที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของปัญหาเรื่องความสมดุลทางเพศของชาวจีนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ การปล่อยให้ปัญหาดังกล่าวบานปลายไปเรื่อยๆ ย่อมสร้างปัญหาในระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นเรื่องท้าทายสำหรับภาครัฐในการหาคำตอบให้แก่โจทย์ดังกล่าว







