
มะกันหนุนประท้วงยูเครน ค้านไล่ทักษิณในไทย
นักวิชการสื่อทางเลือกของแคนาดาชี้สหรัฐหนุนการประท้วงในยูเครนแต่ต่อต้านการขับไล่ทักษิณในไทย
นักวิชการสื่อทางเลือกของแคนาดาชี้สหรัฐหนุนการประท้วงในยูเครนแต่ต่อต้านการขับไล่ทักษิณในไทย
โทนี คาตาลูชี นักวิชาการจาก โกลบอลรีเสิร์ช สื่อทางเลือกของแคนาดาแสดงความเห็นเปรียบเทียบความวุ่นวายทางการเมืองไทยในและในยูเครนว่ามีส่วนคล้ายกันหลายด้าน โดย ทั้งการประท้วงในไทยและยูเครนเริ่มต้นในช่วงปลายปี 2013 ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันและสามารถรวบรวมผู้คนได้อย่างมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ประท้วงของทั้งสองฝ่ายยังใช้กลยุทธ์คล้ายๆ กัน เช่นกันบุกยึดสถานที่ราชการ การใช้อุปกรณ์ก่อสร้างในการทำลายแนวป้องกันของตำรวจ พร้อมกันนี้ จุดประสงค์ของทั้งกลุ่มผู้ประท้วงในไทยและยูเครนยังเหมือนกันอีกด้วยนั่นคือการขับไล่รัฐบาลที่ทุจริต ถึงแม้ว่าว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกก็ตาม
อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าการประท้วงในยูเครนมีตะวันตกหนุนหลังอยู่ โดยกลุ่มผู้นำประท้วงนั้นเป็นกลุ่มขวาจัดในการเมืองยูเครนที่มีสัมพันธภาพอันเหนียวแน่นกับฝ่ายตะวันตก
นอกจากนี้ คาตาลูชียังแสดงความเห็นว่า การปฏิวัติสีส้มของยูเครนเมื่อปี 2004 นั้นเป็นการจราจลที่มีสหรัฐเป็นผู้หนุนหลังเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลยูเครนที่หนุนตะวันตกเข้าสู่ตำแหน่ง โดยการปฎิวัติครั้งนั้นได้รับการสนับสนุนทั้งงบประมาณและการจัดการจากสหรัฐทั้งในระดับรัฐบาลและองค์การที่ไม่ใช่รัฐ (เอ็นจีโอ)
คาตาลูชีจึงแสดงความเห็นว่า การชุมนุมประท้วงที่จตุรัสอิสรภาพ ในกรุงเคียฟ ของยูเครนครั้งล่าสุดเป็นเพียงความพยายามในการขับไล่ประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิชที่สนับสนุนรัสเซียให้ออกจากตำแหน่ง และพยายามจัดตั้งรัฐบาลที่สนับสนุนตะวันตกเพื่อนำยูเครนให้ไปรวมกับสหภาพยุโรป (อียู)
สำหรับประเทศไทยนั้น การชุมนุนมประท้วงของ กปปส. นั้นเป็นการชุมของคนไทยทุกอาชีพและทุกภูมิภาค ทั้งคนเหนือคนใต้ นักธุรกิจ ข้าราชการ สหภาพแรงงาน นักวิชาการ แม้กระทั่งชาวนา
จุดหมายของการประท้วงของกปปส. คือ การขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ออกจากการมีอำนาจทางการเมืองทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้เป็นมีคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกระบวนการปราบปรามยาเสพติดในปี 2003 ที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คนในช่วง 90 ถึงแม้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้จะออกจากอำนาจทางเมืองไปแล้วหลังถูกกองทัพรัฐประหารในปี 2006 ทว่ายังมีทายาททางการเมืองยังตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน
กระนั้น แม้ว่า ทักษิณ จะมีนโยบายที่ขัดแย้งกับสิ่งที่เรียกว่าเสรีประชาธิปไตยแบบตะวันตกที่ต่อต้านการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทว่าทักษิณกลับมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตะวันตก มาตั้งแต่ช่วงเป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อทักษิณขึ้นสู่อำนาจทักษิณได้เร่งขายโครงสร้างพื้นฐาน ทรัพยากร ให้แก่ตะวันตก
กรณีดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม รัฐบาลสหรัฐปิดปากเงียบในกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทักษิณ นอกจากนี้ยังออกประกาศต่อต้านกลุ่ม กปปส. ที่ต่อต้านทักษิณอย่างสม่ำเสมอ ผ่านทั้งสื่อมวลชนและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
คาตาลูชีตั้งข้อสังเกตปิดท้ายไว้ว่า น่าแปลกที่รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในยูเครนแต่ต่อต้านผู้ประท้วงในไทย ทั้งที่ทั้งคู่ต่างขับไล่รัฐบาลที่ทุจริตเหมือนกัน







