
IMFหั่นจีดีพีโลก0.1%หวั่นศึกคว่ำบาตร
ไอเอ็มเอฟหั่นจีดีพีโลกปีนี้และปีหน้าลง 0.1% เหตุวิตกการเมืองยูเครน และเศรษฐกิจเกิดใหม่ชะลอ
ไอเอ็มเอฟหั่นจีดีพีโลกปีนี้และปีหน้าลง 0.1% เหตุวิตกการเมืองยูเครน และเศรษฐกิจเกิดใหม่ชะลอ
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลกฉบับใหม่เมื่อวันที่ 8 เม.ย. โดยได้ตัดลดคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจ (จีดีพี) โลกในปีนี้และปีหน้าลงมาเหลือที่ 3.6% และ 3.9% ตามลำดับ โดยให้เหตุผลว่าเป็นผลพวงมาจากผลกระทบวิกฤตการเมืองในยูเครนและการชะลอตัวของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ในรายงานฉบับเดือน ม.ค.ซึ่งเคยคาดการณ์ว่าในปีนี้และปีหน้าจะโตได้ที่ 3.7% และ 4%
ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ปัญหาการเมืองในยูเครนที่ลุกลามกลายเป็นวิกฤตการเมืองระหว่างประเทศ หลังจากรัสเซียโดนนานาชาติคว่ำบาตร เนื่องจากไปผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย อาจทำให้เศรษฐกิจรัสเซียที่ชะลอตัวอยู่แล้วยิ่งเผชิญกับความลำบากมากขึ้น และอาจส่งผลให้แพร่ขยายออกไปนอกภูมิภาคได้
นอกจากนี้ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ เช่น บราซิล แอฟริกาใต้ และตุรกี อาจเป็นปัจจัยที่เข้ามาฉุดรั้งการขยายตัวเศรษฐกิจโลกได้อยู่ เนื่องจากประเทศกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะทุนไหลออก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มหันมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งทำให้อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกทะยานขึ้น ขณะที่นักลงทุนก็เริ่มเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ทิ้ง
แม้ว่าไอเอ็มเอฟจะออกมาตัดลดคาดการณ์จีดีพีลง แต่ก็ยังคงมองว่าเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะฟื้นตัวได้อยู่ โดย โอลิวิเย บลองซาด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟได้เน้นย้ำว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งเริ่มดำเนินมาตั้งแต่เดือน ต.ค. ไม่ใช่เพียงแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลออกไปเป็นวงกว้างแล้ว







