
ระดมพลตรวจสัญญาณกล่องดำ
เร่งส่งเรือลงพื้นที่ติดอุปกรณ์ไฮเทคพิสูจน์จริงหรือมั่ว
เร่งส่งเรือลงพื้นที่ติดอุปกรณ์ไฮเทคพิสูจน์จริงหรือมั่ว
ทีมค้นหานานาชาติระดมกำลังอุปกรณ์ลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มเล็งพิสูจน์สัญญาณเป็นของจริงหรือไม่
หลังเรือลาดตระเวนจีนไห่ซุน 01 รายงานการพบสัญญาณ “ปิง” ซึ่งมีคลื่นความถี่ใกล้เคียงกับสัญญาณกล่องดำในบริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันเสาร์ที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ทีมค้นหาจากหลายประเทศต่างเร่งจัดส่งเครื่องบินและเรือที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณที่ทันสมัยลงไปยังพื้นที่ดังกล่าวทันที โดยมีเป้าหมายเพื่อพิสูจน์ตรวจสอบและยืนยันว่าสัญญาณใต้ทะเลล่าสุดนี้เป็นของเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือไม่
พล.อ.อ.แองกัส ฮูสตัน ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานปฏิบัติการร่วมระหว่างหน่วยงานของออสเตรเลีย (เจเอซีซี)เปิดเผยว่า เรือลาดตระเวนจีนสามารถจับสัญญาณที่มีคลื่นความถี่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ได้ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 4 เม.ย. และอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่การลงพื้นที่พิสูจน์ในวันอาทิตย์ที่ 6 เม.ย. เรือบรรทุกอุปกรณ์ตรวจสอบเสียงใต้น้ำลึกของออสเตรเลียก็สามารถจับสัญญาณ “ปิง” ได้เป็นครั้งที่ 3 แต่อยู่ในพื้นที่คนละส่วน
นอกจากนี้ การค้นพบดังกล่าวยังนับเป็นความคืบหน้าที่สำคัญและเป็นกำลังใจให้ทีมเจ้าหน้าที่มีความหวังมากขึ้น กระนั้น ฮูสตันก็ยังเตือนให้รายงานข่าวอย่างระมัดระวัง เนื่องจากการค้นพบในครั้งนี้ยังไม่มีการยืนยันความเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินเอ็มเอช 370 และชะตากรรมของผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน โดยสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือพิสูจน์เสียงสัญญาณ ซึ่งไม่ใช่งานที่ง่าย
รายงานระบุว่า เรือเอชเอ็มเอส ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์บอกตำแหน่งเสียงของกองทัพอังกฤษ กำลังมุ่งหน้าแล่นไปยังพื้นที่ที่มีรายงานการจับสัญญาณปิง โดยคาดว่าจะเดินทางถึงช่วงเช้าวันที่จันทร์ที่ 7 เม.ย. เช่นเดียวกับทางออสเตรเลียที่ส่งเครื่องบินและเรือโอเชียน ชิลด์ ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณเสียงใหม่ล่าสุดของสหรัฐ ก็กำลังมุ่งหน้าไปในพื้นที่เช่นกัน แต่เรือโอเชียน ชิลด์จะถึงล่าช้าเล็กน้อย เนื่องจากต้องตรวจสอบสัญญาณที่ 3 ที่เพิ่งจะค้นพบเสียก่อน
จนถึงขณะนี้ มีเครื่องบินทหารและพลเรือนเข้าร่วมการค้นหาเมื่อวันอาทิตย์ทั้งหมด 12 ลำ และเรืออีก 13 ลำ ในพื้นที่ขนาด 2.16 แสน ตร.กม. ห่างจากชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 2,000 กม.
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการค้นหาสัญญาณจากกล่องดำเริ่มทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นหลังเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สหายไปครบ 4 สัปดาห์ ซึ่งหมายความว่า แบตเตอรี่ของเครื่องส่งสัญญาณจะมีอายุใช้งานเหลืออีกเพียงไม่กี่วันตามอายุงานของแบตเตอรี่ซึ่งอยู่ที่ 30 วัน ก่อนจะหยุดส่งสัญญาณและทำให้การค้นหายากมากขึ้น
ด้าน นายวิลเลียม วัลด็อก ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหากู้ภัยและการสืบสวนอุบัติเหตุ จากมหาวิทยาลัยการบินเอ็มบริริดเดิล แอโรนอติเคิล ในแอริโซนา ระบุว่า มีความเป็นได้สูงที่สัญญาณคลื่นเสี่ยงที่ค้นพบจะมาจากสัญญาณกล่องดำ เนื่องจากไม่มีสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลใดๆ สามารถสร้างลักษณะคลื่นความถี่ที่ค้นพบได้
ทั้งนี้ หลังประสบกับสัญญาณหลอกมาหลายระลอก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังไม่อาจด่วนสรุปความคืบหน้าล่าสุดนี้ โดย โทนี แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุชัดว่า แม้ยังคงมีความหวัง แต่ปฏิบัติการที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาตินี้ ทำให้ไม่อาจเร่งสรุปตัดสินใดๆ ได้แน่ชัด







