
อิเหนาห่วงแข่งขันอาวุธในเอเชีย
กองทัพอินโดฯกังวลการแข่งสะสมอาวุธในเอเชีย ที่อาจเป็นการยกระดับความตึงเครียดเหนือทะเลจีนใต้ที่คุกกรุ่นอยู่แล้ว
กองทัพอินโดฯกังวลการแข่งสะสมอาวุธในเอเชีย ที่อาจเป็นการยกระดับความตึงเครียดเหนือทะเลจีนใต้ที่คุกกรุ่นอยู่แล้ว
ดูเหมือนว่านอกจากไครเมียแล้ว เอเชีย - แปซิฟิกอาจจะกลายเป็นภูมิภาคที่มีความตึงเครียดไม่แพ้กันเลย เพราะล่าสุด กองทัพแห่งอินโดนีเซียเพิ่งออกมาแสดงความกังวลต่อการแข่งการสะสมอาวุธในเอเชียที่อาจเป็นการยกระดับความตึงเครียดเหนือทะเลจีนใต้ที่คุกกรุ่นอยู่แล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายพล โมเอลโดโก แห่งกองทัพอินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าตัวกังวลว่าการปรับสมดุทางอำนาจในเอเชียแปซิฟิก อาจทำให้เกิดการสะสมอาวุธขึ้นในภูมิภาค จนนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดต่อความขัดแย้งเรื่องดินแดนปะทุขึ้นมาได้
อย่างไรก็ดี ขุนพลแห่งกองทัพอิเหนาผู้นี้ไม่ได้กล่าวถึงจีนเป็นพิเศษ แต่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยระบุอย่างเป็นทางการว่า กังวลเกี่ยวกับท่าทีที่แข็งกร้าวและการพัฒนาอาวุธของจีน
“เรากังวลเพราะ มีแนวโน้มว่าจะเกิดการแข่งขันกันสะสมอาวุธในภูมิได้ ระหว่างชาติอาเซียนด้วยกันเอง และระหว่างมหาอำนาจในภูมิภาค” โมเอลโดโกกล่าว
ความเห็นของโมเอลโดโก สอดรับกับ การเปิดเผยข้อมูลจาก ไอเอชเอส เจน’ส นิตยาสารด้านความมั่นคงที่ระบุว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคเดียวบนโลกที่ค่าใช้จ่ายทางการทหารเพิ่มขึ้นอย่าต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552
ไอเอชเอส เจน’ส ระบุต่อไปว่า จีนเพิ่มค่าใช้จ่ายทางการทหารเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ตั้งแต่ปี 2543 และเชื่อกันว่าภายในปี 2558 ค่าใช้จ่ายด้านการทหารของจีนจะแซงหน้า ค่าใช้จ่ายทางการทหารของ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีรวมกันเสียอีก กระนั้นก็ตาม ถึงแม้ว่าไม่รับรวมจีนแต่ค่าใช้จ่ายทางทหารของเอเชียแปซิฟิกรวมกันก็ยังมากกว่ายุโรปอยู่ดี
ทั้งนี้ นักวิชาการหลายสำนักเห็นตรงกันว่า เอเชียแปซิฟิกจะกลายเป็นภูมิภาคที่ความตึงเครียดถูกยกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความระหว่างจีนกับบรรดาประเทศเพื่อนบ้านเรื่องเขตแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งเรื่องเขตแดนในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับบรรดาชาติอาเซียน โดยทะเลจีนใต้มีความสำคัญในฐานะเส้นทางเดินเรือหลักที่เชื่อมระหว่างซีกโลกตะวันตกและตะวันออก นอกจากนี้ยังมีการค้นพบแหล่งทรัพยากรใต้ทะเลบริเวณดังกล่าวอีกด้วย
ความขัดแย้งในบริเวณดังกล่าวส่อเค้าตึเครียดขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่จีนมีท่าทีแข็งกร้าวขึ้นมา โดยจีนได้ประกาศเขตป้องกันภัยทางน่านฟ้า(เอไอดีแซด) ที่บังคับให้เครื่องบินที่บินเข้าน่านฟ้าดังกล่าวต้องระบุตัวตนและสัญชาติ มิฉะนั้นจีนจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดการ ครอบคลุมเกาะเตี่ยวหยูหรือเซนกากุ ที่กำลังเป็นข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่น และหลังจากนั้นไม่นานจีนได้ส่งเรือบันทุกเครื่องบิน เหลี่ยวหนิง เข้ามาทำการซ้อมร้อมในน่านน้ำบริเวณทะเลจีนใต้ด้วย
ล่าสุด ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เกิดความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ขึ้นอีกระลอกหลังจากที่ฟิลิปปินส์ได้กรณีพิพาทในทะเลจีนใต้ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก)
ด้านญี่ปุ่นเองก็ผ่อนกฎห้ามส่งออกอาวุธ ให้สามารถส่งออกอาวุธได้ในกรณีที่อาวุธนั้นใช้เพื่อการรักษาสันติภาพและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับญี่ปุ่น โดยสำนักข่าวเอพีรายงานว่า ญี่ปุ่นน่าจะขายอาวุธให้กับอินโดนีเซียและประเทศรอบๆ ทะเลจีนใต้ เพื่อใช้ในต่อสู้กับโจรสลัดและปกป้องทะเลจีนใต้ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญในฐานะเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่มีทรัพยากรน้อยอย่างญี่ปุ่น







