
มาเลย์...สิ้นหวังปริศนาเครื่องบินหาย
สำนักข่าวเอพีรายงานความคืบหน้ากรณีการสูญหายของเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ซึ่งยังไร้วี่แวว
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
สำนักข่าวเอพีรายงานความคืบหน้ากรณีการสูญหายของเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ซึ่งยังไร้วี่แวว แม้เวลาจะผ่านไปเกือบเดือนแล้วก็ตาม
ล่าสุด คาลิด อาบู บาการ์ ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย แถลงการณ์ว่า ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงในการหายไปของเครื่องบินในเที่ยวบินเอ็มเอช 370 ได้ เช่นเดียวกับปฏิบัติการค้นหาชิ้นส่วนที่คาดว่าน่าจะมาจากเครื่องบินลำดังกล่าวในมหาสมุทรอินเดียก็ยังไม่พบสิ่งใดที่สามารถยืนยันเพื่อพิสูจน์ได้ว่าเป็นซากชิ้นส่วนจากเครื่องบิน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลเซียยังระบุด้วยว่า ชะตากรรมของเครื่องโบอิ้ง 777 และผู้โดยสารทั้ง 239 ชีวิต อาจจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่เป็นปริศนาซึ่งอาจจะไม่สามารถหาคำตอบได้ตลอดกาล
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียได้พยายามสอบสวนและค้นหาหลักฐานต่างๆ รวมถึงประวัติและภูมิหลังโดยละเอียดจากทั้งนักบิน ลูกเรือ และผู้โดยสารบนเครื่องบินทั้งหมด ซึ่งเป็นชาวจีนถึง 2 ใน 3 ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด แต่ก็ไม่พบความเชื่อมโยงหรือแรงจูงใจใดๆ ที่คาดว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินหายไปได้
ทั้งนี้ ทางการมาเลเซียเคยคาดการณ์ถึงสาเหตุความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้น 4 ประเด็น ได้แก่ การจี้เครื่องบิน การก่อวินาศกรรม ปัญหาสุขภาพจิต และปัญหาส่วนตัวของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินลำนี้ แต่เมื่อตรวจสอบผู้โดยสารทุกคนแล้วก็ยังไม่พบความเกี่ยวข้องใดๆ กับสาเหตุที่คาดไว้ข้างต้น อย่างไรก็ดี การสืบสวนดังกล่าวยังคงดำเนินการอยู่ต่อไป โดยจะมุ่งเน้นไปที่ลูกเรือและนักบิน ครอบคลุมไปยังคลังสินค้าและอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องด้วย เพื่อตัดประเด็นความเป็นไปได้ในการวางยาพิษผู้ที่อยู่บนเครื่อง
สำหรับปฏิบัติการค้นหาจากนานาประเทศในมหาสมุทรอินเดียยังคงดำเนินต่อไป แม้จะผ่านมาเกือบ 4 สัปดาห์แล้วก็ตาม โดยเครื่องบินและเรือค้นหาอย่างละ 9 ลำ ยังเดินหน้าปฏิบัติภารกิจท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย คลื่นลมแรง และมีพื้นที่ที่ต้องค้นหากว้างถึง 2.21 แสนตารางกิโลเมตร
อย่างไรตาม พล.อ.อ.แองกัส ฮุสตัน หัวหน้าสำนักงานประสานความร่วมมือในปฏิบัติการค้นหาจากออสเตรเลีย ยอมรับว่า ภารกิจค้นหาเครื่องบินมีความซับซ้อนและต้องทุ่มความพยายามอย่างมาก เนื่องจากไม่มีข้อมูลชัดเจนถึงจุดที่แน่นอนของเครื่องบินเป็นเวลา 6 ชั่วโมงหลังหายไปจากจอเรดาร์ อีกทั้งยังเป็นไปได้ยากที่จะพบกล่องดำภายในกรอบเวลา 30 วัน ก่อนที่แบตเตอรี่ของเครื่องส่งสัญญาณบอกตำแหน่งจะหมดลง แถมยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนในภารกิจการค้นหาเครื่องบินครั้งนี้
อย่างไรก็ดี การหายไปอย่างลึกลับของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ช่วยจุดประกายให้ผู้นำในอุตสาหกรรมการบินโลกเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยให้มากขึ้น โดยใช้ระบบดาวเทียมติดตามแบบระบบเวลาจริงในทุกสายการบิน แม้จะต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงมากประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเครื่องบิน 1 ลำก็ตาม
ทั้งนี้ โทนี เทเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) กล่าวว่า การบินไปยังที่ต่างๆ ในโลกใบนี้ต้องติดตามร่องรอยได้ และทางไออาตาจะไม่ยอมปล่อยให้เครื่องบินลำอื่นๆ หายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อีก
นอกจากนี้ ทางไออาตายังวางแผนที่จะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน ซึ่งรวมถึงองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) และกองทัพของสหรัฐ ในการสร้างมาตรฐานเรื่องดังกล่าวในระดับนานาชาติ โดยมีการกำหนดช่วงเวลาสรุปรายงานดังกล่าวในเดือน ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม กรณีการหายไปของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 นี้ ยังถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงในการประชุมว่าด้วยความร่วมมือในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐและอาเซียน เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่เมืองฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย ของสหรัฐ
โดยที่ประชุมมีวาระการประชุมในการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในการช่วยเหลือด้านมนุษยชน ซึ่งเป็นประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้นจากโศกนาฏกรรมเครื่องบินครั้งล่าสุดของมาเลเซีย เนื่องจากหลายฝ่ายได้ตั้งคำถามถึงความสามารถของรัฐบาลในภูมิภาคอาเซียนที่จะร่วมมือกันในการรับมือเหตุที่ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น







