
อร่อยร้อยลิ้น ปี 2 ตอนที่ 3
จากใต้สุดขอพาท่านผู้อ่านกลับมาที่เกาะเหนือสุดของญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังๆ มานี้ผมไปฮอกไกโดบ่อยมาก
จากใต้สุดขอพาท่านผู้อ่านกลับมาที่เกาะเหนือสุดของญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังๆ มานี้ผมไปฮอกไกโดบ่อยมาก ก็เลยมีร้านอาหารมาแนะนำมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ยิ่งในปีนี้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ผมเดินทางไปฮอกไกโด ไม่ว่าจะบินตรงโดยสายการบินไทยหรือบินแวะเปลี่ยนเครื่องโดยสายการบิน Japan Airlines ก็มักจะเจอคนไทยเสมอและไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่คน แต่เป็นคณะทัวร์ใหญ่ๆ แทบทั้งนั้น ส่วนที่เดินทางเองก็มีไม่น้อย และจุดหมายปลายทางหนึ่งที่อยู่ในแผนการเดินทางของกรุ๊ปทัวร์ไทย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเองด้วยเสมอ ก็คือ ทะเลสาบโทยะ ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ทะเลสาบคู่ของอุทยานแห่งชาติ ShikotsuToya บรรดานักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะมานอนชมวิวอาบน้ำแร่ตามโรงแรมริมทะเลสาบ ยิ่งในหน้าร้อนที่เขาจุดพลุกันทุกค่ำคืน ที่พักริมทะเลสาบก็จะคลาคล่ำด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ แต่ถ้าใครไม่อยากเจอคณะทัวร์ ผมมีที่พักแห่งหนึ่งที่อยากแนะนำ เป็นที่พักที่มีระดับสูงกว่าที่พักทุกแห่งริมทะเลสาบเพราะที่พักแห่งนี้อยู่บนเขาก็ต้องสูงกว่าแน่นอน ที่พักแห่งนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า The Windsor Hotel TOYA Resort & Spa หรือจะเรียกสั้นๆ แค่ Toya Windsor ก็เป็นอันรู้กัน
ที่ผมมานอนโรงแรมนี้มีเหตุผลแค่ 2 ประการ คือ โรงแรมดีและอาหารอร่อย คำว่าโรงแรมดีของแต่ละท่านย่อมไม่เท่ากัน คำว่าโรงแรมดีของผม หมายถึง มีข้อดีมากมายรวมๆ กันแล้วหาข้อด้อยไม่เจอ หรือถ้าเจอก็ไม่ได้ลดคุณงามความดีของโรงแรมนั้นไปได้ แต่ที่ Toya Windsor นี่ผมยอมรับเลยว่าหาข้อตำหนิยังไม่เจอครับ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งอยู่บนเขาจึงทำให้สามารถมองเห็นวิวทั้งทะเลสาบโทยะหรืออ่าว Uchiura ได้จากตัวโรงแรม ห้องพักก็กว้างขวางสะดวกสบายเริ่มต้นที่ 33 ตารางเมตร ไปจนถึงห้องขนาด 170 ตารางเมตร แต่ผมขอแค่ระดับ Junior Suite ขนาด 58 ตารางเมตรก็พอ กำลังเหมาะสำหรับครอบครัว 4 คน เสริมเตียงเข้าไปอีกตัวแล้วยังมีพื้นที่เหลืออีกเยอะ ผมยังติดใจบรรดา Toiletry ที่ใช้ของดีมีแบรนด์ ยังแอบเก็บมาเป็นที่ระลึกอยู่ชุดนึงเลย ห้องอาบน้ำแร่และสปาก็ดี กว้างใหญ่แต่ไม่พลุกพล่าน ถึงจะเดินไกลไปหน่อยแต่ก็เพราะโรงแรมเขาใหญ่โตไม่ได้เป็นอุปสรรคอันใด ที่สำคัญโรงแรมแห่งนี้ยังเคยเป็นที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำ Summit G8 เมื่อหน้าร้อนปี 2008 อีกด้วย ถ้าไม่ดีจริงรัฐบาลญี่ปุ่นคงใช้ต้อนรับผู้นำระดับโลกไม่ได้แน่นอน และระเบียงที่เหล่าผู้นำมาถ่ายรูปหมู่ก็เป็นจุดหนึ่งที่แขกทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูปเช่นกัน
สำหรับเหตุผลที่ 2 นี่สำคัญมากเพราะโรงแรมดีๆ มีมากมาย แต่ที่มีอาหารอร่อยในโรงแรมเองด้วยนั้นกลับมีไม่มากนัก และยิ่งร้านอาหารระดับ Michelin Star ด้วยแล้วยิ่งมีน้อยลงไปอีก แต่ที่ Toya Windsor นี่มีตั้ง 3 ร้าน ไล่จากหนึ่งไปถึงสามดาวครบเลย 3 ดาวเป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อ Michel Bras TOYA Japon 2 ดาวเป็นห้องญี่ปุ่นชื่อ Arashiyama Kijo จากเกียวโตและร้านระดับ 1 ดาว Out of Africa ซึ่งบริการอาหารประเภท Teppanyaki Steak โดยส่วนตัวผมถูกโฉลกกับเทปปังยากิอยู่แล้ว ยิ่งไปกับครอบครัวที่มีเจ้าตัวเล็กด้วย ถ้าเข้าร้านฝรั่งเศสนี่มีหวังร้านเขาเจ๊ง ส่วนไคเซกิที่ห้องญี่ปุ่นนี่ลูกสาวไม่ค่อยถนัด ก็เลยมาจบที่เทปปังฯ เพราะทานง่ายและมีอะไรให้ดูไปตลอดระหว่างทาน จานแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย สลัดผักและปลาหมึกยักษ์ดองน้ำส้มบัลซามิกกับน้ำผึ้ง ราดด้วยน้ำสลัดรสเข้มปรุงจากมัสตาร์ดและขิง อร่อยกันตั้งแต่จานแรกเลย จานถัดมาเป็นหอยเชลล์ตัวใหญ่หรือเป๋าฮื้อขึ้นอยู่กับคอร์สที่เลือก ย่างกับซอสไวน์ขาวพอสุกโรยหน้าด้วยเครื่องเทศเจ็ดชนิดจากเกียวโต เสิร์ฟพร้อมรากบัวเห็ดหอมและเทอร์นิพ อร่อยสมกับที่ได้ดาว จานหลักเป็นเนื้อวัวญี่ปุ่นของฮอกไกโดมีให้เลือกทั้ง Sirloin หรือ Tenderloin การปรุงเนื้อของที่นี่ก็ใจเย็นค่อยเป็นค่อยไป ที่ผมชอบคือมีตะแกรงไว้พักเนื้อไม่ให้สุกเกินพอดี เพราะร้านเทปปังดีๆ ส่วนใหญ่เขาจะไม่เสิร์ฟเนื้อครั้งเดียว แต่จะแบ่งเสิร์ฟทีละครึ่ง เพื่อให้เนื้ออุ่นร้อนอยู่เสมอและทำให้ลูกค้าผ่อนคลายเวลาทาน เพราะเวลาเราเห็นชิ้นเนื้อเยอะๆ มันจะดูไม่น่าทาน แต่ถ้าเห็นแค่ 56 ชิ้น เราก็จะทานสบายๆ รอบแรกอาจจะไม่อิ่ม แต่พอเสิร์ฟรอบหลังนี่มันอิ่มพอดี เรื่องแบบนี้เขาคำนวณไว้แล้วไม่ต้องกังวลว่าจะไม่พอทาน ยกเว้นบรรดาเหล่า Beef Lover ที่รักการบริโภคเนื้อมากเป็นพิเศษก็สามารถเพิ่มปริมาณเนื้อได้โดยจ่ายส่วนต่างเพิ่ม เนื้อจานนี้อร่อยมากโดยเฉพาะ Tenderloin ที่ทั้งนุ่มและไม่เลี่ยนเลย ปิดท้ายด้วยข้าวผัดและซุป อิ่มเกินพอดีไปนิดนึง แต่ยังพอย้ายไปทานของหวานและกาแฟที่ห้องอีกด้านหนึ่งไหว คุ้มมากกับราคาหมื่นห้าพันเยน เทียบกับเทปปังฯ บางเจ้าที่รับกรุ๊ปทัวร์ได้เป็นร้อย ถึงราคาจะถูกกว่ากันเกินครึ่งแต่คุณภาพผิดกันหลายเท่าตัวครับ
นอกจากอาหารค่ำระดับติดดาวแล้วที่นี่เขายังมีร้านอาหารอีกหลายร้านทั้งโซบะ ซูชิ พิซซ่า หรือฝรั่งเศสก็ยังมีให้เลือกทาน ผมเลยลองไปทานอาหารเช้าที่ห้องฝรั่งเศส Gilligan's Island ปรากฏว่าใช้ได้เลย ขนมปังอร่อยมากทานคู่กับเนยและแยมของฮอกไกโดยิ่งอร่อย เด็กๆ คงชอบเพราะมีรวงผึ้งชิ้นเบ้อเร่อน้ำผึ้งไหลเยิ้มให้ตักทานได้ไม่จำกัด ไหนจะโยเกิร์ต ซีเรียล ผลไม้ และสลัดผักที่ล้วนแล้วแต่สดๆ จากฮอกไกโดแทบทั้งสิ้น ส่วนอาหารจานหลักเราต้องสั่งแล้วเขาจะมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ผมเลยลองแฮมสดที่ทำจากหมูบิเอ เนื้อแฮมหนานุ่มไม่เค็มเลย ทานคู่กับผัดผักที่ทั้งสดและกรอบ เสิร์ฟพร้อม Omelet ชิ้นกำลังพอทาน ที่สำคัญห้ามพลาดนมสดๆ ของฮอกไกโด ตบท้ายด้วยกาแฟรสเข้ม สมกับเป็นมื้อเช้าของโรงแรมระดับ 6 ดาว (เพราะมีร้านมิชลินรวมกันแล้วได้ 6 ดาวครับ อิอิ)
ใครมีแผนจะไปเที่ยวฮอกไกโดในช่วงใบไม้ผลิหรือหน้าร้อนนี้ ถ้ามีกำลังซื้อสูง ผมขอแนะนำให้ไปนอนที่ The Windsor Hotel TOYA Resort & Spa ซักคืน เป็นการให้รางวัลกับตัวเอง รับรองว่ามีแรงกลับมาทำงานเหมือนได้ชาร์จแบตมาจนเต็มเลยครับ







