posttoday
กรุงเทพฯ เดือดบีบีซีลั่นเป็นสมรภูมิรบ

กรุงเทพฯ เดือดบีบีซีลั่นเป็นสมรภูมิรบ

14 พฤษภาคม 2553

สื่อต่างชาติจับตาสถานการณ์ไทยรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง

สื่อต่างชาติจับตาสถานการณ์ไทยรายงานข่าวอย่างต่อเนื่อง

วิกฤติการเมืองไทยสุดเดือด สื่อทั่วโลกเกาะติดสถานการณ์แบบไม่กระพริบตา นับตั้งแต่เกิดเหตุลอยยัง พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล เมื่อ 2 ค่ำวันพฤหัส ก่อนที่ความรุนแรงจะปะทุขึ้นต่อเนื่อง บีบีซี สื่อชื่อดังของอังกฤษ รายงานสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยถึงกับเปรียบเทียบว่า กรุงเทพฯได้กลายเป็นสมรภูมิรบไปโดยปริยาย หลังเกิดการการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กับกองกำลังของเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งบรรยายให้เห็นภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นว่าสถานการณ์เต็มไปด้วยกองกำลังติดอาวุธครบมือ ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ระดมยิงกระสุนยาง และแก๊สน้ำตาเพื่อสกัดกลุ่มผู้ชุมนุม

กรุงเทพฯ เดือดบีบีซีลั่นเป็นสมรภูมิรบ

ผู้สื่อข่าวของบีบีซียังรายงานว่า เกิดการยิงปะทะกันในบริเวณสวนลุมพินีอย่างดุเดือด โดยเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมบริเวณโดยรอบพื้นทีชุมนุม มีการนำเครื่องเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินเป็นระยะ เคล้ากับเสียงตะโกนร้องว่ามีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตตลอดเวลา

ทั้งนี้ บีบีซี รายงานด้วยว่า ศูนย์กลางของกรุงเทพฯได้กลายเป็นพื้นที่สุดอันตราย สถานทูตหลายแห่ง ทั้ง อังกฤษ สหรัฐ และนิวซีแลนด์ได้ปิดทำการไปเมื่อวานนี้ เนื่องจากวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้านสำนักข่าวสกาย นิวส์ รายงานว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีผู้สื่อข่าวต่างประเทศ 3 หรือ 4 คนที่ถูกยิง และได้รับบาดเจ็บจากจากเหตุการณ์การปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ สถานีโทรทัศร์ ฟรองซ์ 24 รายงานผ่านเว็บไซต์ว่า เนลสัน แลนด์ ผู้สื่อข่าวของสถานีชาวแคนาดา ถูกยิงที่ขา และมีอาการหนัก

ทางด้านสื่อชื่อดังจากฟากสหรัฐอย่างซีเอ็นเอ็น ได้ให้ความสำคัญกับข่าวสถานการณ์ไทยขึ้นเป็นข่าวเด่นในหน้าแรกของเวปไซต์ โดยพาดหัวข่าวว่า “ความโกลาหล ความรุนแรง ตรึงเมืองหลวงไทย”  ระบุว่า กรุงเทพฯ กำลังยุ่งเหยิงไปด้วยความรุนแรง หลังจากที่เกิดการลอบยิงแกนนำผู้ประท้วงซึ่งเป็นการจุดเชื้อไฟให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นทันที

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า แนวรบเกิดขึ้นไปทั่วตามท้องถนนในกรุงเทพฯ เมื่อฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนับพันได้ปะทะกับกองกำลังเจ้าหน้าที่ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังระงมไปพร้อมๆกับเสียงระเบิด ขณะที่กองกำลังเจ้าหน้าที่พยายามที่จะปิดล้อมพื้นที่การชุมนุม และยึดพื้นที่แยกราชประสงค์อันเป็นที่ตั้งของโรงแรม ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และยังเป็นที่ตั้งสถานเอกอัคราชทูตหลายประเทศ

ซีเอ็นเอ็น บรรยายว่า กองกำลังของเจ้าหน้าที่สามารถเข้ายึดพื้นที่ได้อย่างช้าๆในปฏิบัติการเมื่อวานนี้ อย่างไรก็ตาม แดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ประจำประเทศไทย รายงานว่าปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่นั้นไม่ได้ทำให้กลุ่มผู้ประท้วงอ่อนแอลงแต่อย่างใด ซึ่งมีทั้งเด็ก และ สตรี รวมอยู่ในพื้นที่ชุมนุม

ทางด้าน เวปไซต์ข่าว “วอยซ์ ออฟ อเมริกา” รายงานความเห็นของ วิลเลียม อิโตะ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวว่า ยังคงมีความหวังที่จะเห็นการประนีประนอมระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับรัฐบาลไทย แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ลอบยิงพล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผลไปเมื่อวานนี้ก็ตาม

"ผมยังคงมองโลกในแง่ดี ว่าสถานการณ์ความรุนแรงในประเทศไทยขณะนี้จะสามารถจัดการได้ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ ก็ต้องบอกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมากๆ สำหรับพวกเราทุกคนที่ต้องการเห็นประเทศไทยกลับมาสงบเหมือนเดิม" อดีตทูตกล่าวกล่าวและว่า สหรัฐและชาติอื่นๆต้องระมัดระวังทีท่ามากขึ้นต่อการ
แทรกแซงการเมืองในประเทศไทย ซึ่งในส่วนของสหรัฐเองจะไม่มีการแทรกแซงกิจการใดๆของประเทศไทย เพราะเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ปัญหาของประเทศไทยก็จะต้องได้รับการแก้ไขโดยคนไทยเอง

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักต่างระบุว่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกยิงขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศบริเวณใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินติดสีลมโดยทางเข้าสถานีฯ ซึ่งล้อมไปด้วยอาคารสูง

โทมัส ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวนิวยอร์ก ไทม์ส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่ให้สัมภาษณ์ พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล ก่อนที่จะถูกลอบยิงอย่างอุกอาจ ได้เล่าถึงเหตุการณ์นั้นว่า เจ้าตัวได้สัมภาษณ์เสธ.แดงประมาณครึ่งชม. และในขณะที่กำลังตั้งคำถาม พล.ต. ขัตติยะ ถึงการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ว่าจะทหารจะเข้าสลาย หรือจะแอบเข้ามาในบังเกอร์ไม้ไผ่นี้ได้หรือไม่" ซึ่งเสธ.แดงตอบชัดเจนว่า "ทหารไม่สามรถเข้ามาในนี้ได้แน่" และทันใดนั้น เสธ.แดงก็ล้มกองลงกับพื้น ขณะที่ดวงตายังเปิดอยู่ แต่ร่างกายไม่ขยับเขยื้อน

ฟูลเลอร์ ยังกล่าวอีกว่า คิดว่ากระสุนเฉี่ยวข้ามหัวเขาไปและเจาะเข้าไปที่หน้าผากของเสธ.แดง ซึ่งอยู่ในชุดทหารพราน ต่อมาไม่นานผู้ที่อยู่รอบข้างซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ใกล้ชิดของเสธ.แดงเอง ได้ลากตัวเสธ.แดงไปกับพื้นทิ้งรอยเลือดเอาไว้บนพื้นเป็นทางยาว

ทางด้าน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า องค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน (ฮิวแมน ไรท์ วอทช์) ได้ยื่นคัดค้านการเสนอชื่อประเทศไทย มาเลเซีย อูกานดา แองโกลา และลิเบีย เข้าเป็นสมาชิกคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยระบุว่าทั้ง 5 ประเทศขาดคุณสมบัติที่เหมาะสมจะเป็นตัวแทน
ยูเอ็นในการจัดการและแก้ไขปัญหา สิทธิมนุษยชนต่างๆ เนื่องจากล้วนมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนทิ้งสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท